โพสต์ 27 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 4,374 Views

ข้อกระดูกเสื่อม

ข้อกระดูกเสื่อม 

โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็น โรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด และอาจพบร่วมกับโรคข้ออักเสบชนิดอื่นได้ ถือว่าเป็นความผิดปกติของข้อที่พบในช่วงย่างเข้าสู่วัยกลางคน และพบได้เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ โรคข้อเสื่อมพบบ่อยในตำแหน่งของข้อที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อต่อกระดูกสันหลัง เป็นต้น แม้ว่าโรคข้อเสื่อมจะพบในข้อที่ต้องรับน้ำหนัก แต่ก็สามารถพบที่ข้อต่างๆ ทั่วร่างกายได้ โดยเฉพาะข้อที่เคยได้รับการบาดเจ็บ มีการติดเชื้อ หรือเคยมีข้ออักเสบนำมาก่อน
 
สาเหตุ
โรคนี้มีสาเหตุมาจากการใช้งานข้อนั้นๆ มาเป็นเวลานาน เกิด การเปลี่ยนแปลงของผิวข้อกระดูก ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับการย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ สาเหตุที่แท้จริงของโรคข้อเสื่อม ยังไม่มีใครทราบชัดเจน แต่พบว่ามีความสัมพันธ์ กับการใช้งานของข้อนั้นๆ อย่างมากผิดปกติ หรืออย่างซ้ำๆ อยู่เป็นประจำ ผู้ป่วยบางรายที่มีข้อเข่าเสื่อม อาจมีความสัมพันธ์กับแนวรับน้ำหนักของการโก่งหรือ เก ตั้งแต่เยาว์วัย
การเปลี่ยนแปลงของข้อกระดูกเสื่อม จะ เกิดขึ้นกับกระดูกอ่อนของปลายกระดูกที่มาประกอบกันเป็นข้อ ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า กระดูกอ่อนคือส่วนปลายกระดูก สีขาวมัน เหมือนเช่น เวลาเรารับประทานขาไก่ เราจะเห็นกระดูกอ่อนที่เป็นส่วนปลาย สีขาวมัน ผิวมีลักษณะเรียบ ซึ่งลักษณะแบบนี้ก็เหมือนกระดูกอ่อนในคนอายุไม่มาก เวลาข้อกระดูกเสื่อม ผิวที่เรียบนี้จะขรุขระ เพราะมีการทำลายกระดูกอ่อน จนลงไปถึงตัวกระดูกข้างใต้ เวลามีการเคลื่อนไหวจะมีอาการปวด และจะขัดเวลาเริ่มมีการเคลื่อนไหว ข้อกระดูกที่เคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อนก็จะเสื่อมเช่นนี้ได้เร็วกว่าปกติ
คณะวิจัยจากโตเกียวไรเคน สถาบัน วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น เพิ่งนำเสนอผลงานตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม 2550 กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างยีนที่มีชื่อว่า GDF5 ซึ่งควบคุมการสร้างกระดูกอ่อนในร่างกาย พบว่ามีส่วนเกี่ยวกับกับการเกิดโรคข้อเสื่อมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
อาการ
ในระยะแรก ผู้ป่วยอาจมีเพียงอาการขัดหรือฝืดในข้อเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะหลังจากที่อยู่นิ่งเป็นเวลานาน
บาง รายอาจมีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย ซึ่งแตกต่างกันได้มาก อาจเจ็บเล็กน้อย เจ็บบางครั้ง จนถึงเจ็บมากและตลอดเวลา เมื่อสังเกตให้ดี มักพบว่าอาการปวดมักสัมพันธ์กับการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่น ออกกำลังกายมาก ขึ้นบันได นั่งเตี้ย หรือนั่งยอง และมักสังเกตว่าอาการเจ็บดีขึ้น เมื่อลดกิจกรรมเหล่านี้ลง ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่าอาการเจ็บย้าย หรือเพิ่มจากบริเวณเฉพาะของข้อนั้นไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย ในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อม
บางรายอาจมีอาการข้อบวม อุ่นขึ้น ซึ่งจะเห็นชัดในข้อที่อยู่ตื้น เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ผิวหนังอาจมีสีแดงเข้มขึ้นได้
การวินิจฉัย
ผู้ที่สงสัยว่าน่าจะเป็นโรคข้อเสื่อมคือ ผู้ที่มีอาการปวดข้อในขณะที่มีการใช้งาน แพทย์จะยืนยันการวินิจฉัยโดยการตรวจร่างกายพบปุ่มกระดูกบริเวณข้อ ข้อบวมขึ้น มีเสียงลั่นในข้อเมื่อมีการเคลื่อนไหวข้อ กล้ามเนื้อรอบข้อลีบหรืออ่อนแรง และข้อขาดความมั่นคง โดยภาพถ่ายรังสีที่ผิดปกติจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น อย่างไรก็ตามบางรายมีความจำเป็นต้องตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยแยกว่า ไม่ได้เป็นโรคอื่นๆ
หลักการรักษา
เป้าหมายของการรักษาโรคข้อเสื่อม เพื่อ บรรเทาอาการเจ็บปวด ลดหรือป้องกันการอักเสบ ควบคุมให้การอักเสบของข้ออยู่ในระดับน้อย จนไม่รบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งป้องกันการอักเสบที่จะเกิดขึ้นใหม่ ป้องกันการเสื่อมหรือสึกหรอของข้อที่มากขึ้น และรักษาการทำงานของข้อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ การรักษาจึงไม่เพียงแค่ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดเท่านั้น แต่จะต้องรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย สำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมรุนแรง การรักษาด้วยการผ่าตัดจะมีบทบาทสำคัญเพื่อทำให้การทำงานของข้อดีขึ้นได้
ปัจจุบันมี การเปลี่ยนแปลงแนวความคิดในการรักษาโรคข้อเสื่อมไปพอสมควร เริ่มมีการพัฒนาการวินิจฉัยให้ได้ในระยะแรก และเริ่มการรักษาทันทีเพื่อป้องกันการทำลายข้อ รวมทั้งมียาใหม่ๆ ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคหรือชะลอการทำลายข้อ
ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย
การลดน้ำหนัก หรือ การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถือเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุด เพราะน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อกระดูกเสื่อม และทำให้การดำเนินโรคเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น เนื่องจากข้อต่างๆ ของร่างกายต้องรับแรงมากกว่าปกติ การลดน้ำหนักจะทำให้อาการปวดข้อดีขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายที่เป็นแบบแอโรบิกช่วยทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้มากเกินไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกับข้อที่รับน้ำหนักโดยตรง
ความสำคัญของการออกกำลังกาย นอก จากจะทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ ข้อนั้นๆ มีความแข็งแรง และช่วยผ่อนแรงกระแทกที่กระทบกับข้อโดยตรงแล้ว ยังช่วยทำให้ข้อสึกหรอช้าลง หรือช่วยควบคุมแนวการรับน้ำหนักของข้อนั้นๆ ให้อยู่ในแนวที่ตรงขึ้น ทำให้ข้อรับน้ำหนักน้อยลง การออกกำลังกายโดยการบริหารกล้ามเนื้อหลังจะช่วยชะลอข้อสันหลังเสื่อมได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่นเดียวกับการบริหารข้อและกล้ามเนื้อบริเวณอื่นๆ
หลีกเลี่ยงอิริยาบทที่ทำให้ปวด
การหลีกเลี่ยงอิริยาบทที่ทำให้ปวด ถือ เป็นวิธีการใช้ข้อให้ถูกวิธี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันบางท่า ผู้ป่วยไม่ควรกระทำเพราะจะทำให้ข้อเข่า ข้อกระดูกสันหลังรับแรงมากเกินไป หลีกเลี่ยงการเดินไกล การยกของหนัก นอกจากนี้การบริหารร่างกายเฉพาะส่วน เช่น การจำกัดกิจกรรม จะเป็นการป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ หรือกระตุ้นให้ข้อเกิดการเสื่อมที่เร็วขึ้น รวมทั้งการไม่ทำท่าบางท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการงอเข่านั่งพับเพียบในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม หลีกเลี่ยงการก้มเงยในผู้ป่วยโรคข้อสันหลังเสื่อม เป็นต้น
การรักษาด้วยยา
ในปัจจุบันมี ยาที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อมหลายรูปแบบ ทั้งชนิดทาภายนอก ฉีดเข้าข้อและรับประทาน ยาทาภายนอกได้แก่ เจลที่ทำจากส่วนประกอบของพริก ยารับประทานได้แก่ ยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดและลดอาการข้อบวม สำหรับอาการปวดที่รุนแรงอาจต้องพึ่งยาบรรเทาอาการปวดกลุ่มอนุพันธ์ของ มอร์ฟีน สำหรับการฉีดยาสเตียรอยด์หรือน้ำไขข้อเทียมนั้นจะมีประโยชน์ในโรคข้อเสื่อม บางชนิดและในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น
สำหรับอาหารเสริมที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคข้อเสื่อมซึ่งมีอยู่หลายประเภทนั้น ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐาน
เพียงพอที่จะแสดงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว จากการศึกษาในระยะหลังพบว่าการให้
คอน โดรตินซัลเฟต หรือกลูโคซามีนซัลเฟต มีส่วนช่วยรักษาโรคข้อเสื่อมในผู้ที่มีปัญหาปวดข้อปานกลางถึงรุนแรง แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดถึงความปลอดภัยและปฏิกิริยากับยาอื่น
กายภาพบำบัด
การทำกายภาพบำบัดช่วย ทำให้อาการเจ็บปวดลดลงได้ มีประโยชน์ในรายที่ไม่ต้องการรับประทานยา เช่น การประคบด้วยความร้อน การทำอัลตราซาวด์ เป็นต้น การรักษาที่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้อเสื่อมได้แก่ การออกกำลังกายโดยเฉพาะการบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง และการใช้ความร้อน สำหรับการบำบัดด้วยการทำสปา การนวด หรือการฝังเข็มนั้นพบว่าช่วยบรรเทาอาการปวดในระยะสั้นๆ แต่ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้อเสื่อม
การใช้กายอุปกรณ์ช่วย
เป็นการช่วยพยุงให้ข้อที่มีปัญหานั้น รับ แรง หรือรับการเคลื่อนไหวที่น้อยลง ซึ่งช่วยให้การอักเสบลดน้อยลงได้ เช่น ปลอกคอ ประกับรัดเอว ปลอกข้อเข่า อุปกรณ์เหล่านี้มีหลายขนาดและหลายแบบ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดและความจำเป็นของผู้ป่วย และแนะนำการสวมใส่ให้ถูกต้อง ประโยชน์ที่ได้คือจะลดอาการปวดข้อและสามารถใช้ข้อนั้นได้นานขึ้น แต่ก็มีข้อเสียคืออาจทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อฝ่อลีบได้ จึงต้องรู้จักบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อด้วย
ปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
การปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การปรับที่นั่งถ่ายอุจจาระให้สูงขึ้น โดยการใช้ชักโครกแทนการนั่งยอง การติดราวจับข้างโถส้วมเพื่อใช้จับและเหนี่ยวเวลาลุกยืน ปรับหัวก๊อกจากชนิดหมุนเป็นชนิดคันโยก ปรับเตียงนอนให้สูงพอดี เปลี่ยนห้องนอนจากชั้นบนมาอยู่ชั้นล่าง เป็นต้น
การผ่าตัด
การผ่าตัดเป็น มาตรการที่ใช้รักษาโรคที่เข้าสู่ระยะปานกลาง ถึงระยะท้าย โดยทั่วไปแล้ว การผ่าตัดไม่ว่าส่วนใดก็ตาม ต้องมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดเสมอ และต้องประเมินให้ได้ว่า หลังจากการผ่าตัดแล้ว คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยต้องดีขึ้นอย่างชัดเจน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อและใส่ข้อเทียม สามารถแก้ไขความพิการและอาการปวดได้ทั้งหมด โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในผู้ที่มีการทำลายของข้อ อย่างมาก หรือมีการสูญเสียการทำงานของข้อแล้วเท่านั้น อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ในบางประเทศเป็นวิธีการผ่าตัดโดยใช้กล้อง ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร ในกรณีผู้ป่วยอายุน้อยที่มีข้อผิดรูป แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดแก้ไขแนวแรงในข้อเข่าหรือข้อสะโพกที่ผิดรูป สามารถลดอาการปวดข้อและช่วยชะลอการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร

6 มิถุนายน 2556 3.930

ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร เช่น ยาเคลือบกระเพาะอาหารรักษาแผล ได้แก่ ยา antacid ที่มีหลายชนิด ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและใช้ได้ผลในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีอาการแสบหน้าอกเป็นครั้งคราว

ผู้หญิงกับไมเกรน

28 มีนาคม 2560 8.631

ไมเกรนในผู้หญิงช่วงต่างๆ ช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงหมดประจำเดือน

รู้ทัน ป้องกัน โรคมือเท้าปาก

30 มกราคม 2556 6.679

โรคมือ เท้า ปาก หรือที่เรียกว่า Hand-foot-and-mouth disease เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลัน เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นที่ปาก มือ เท้า ก้น และบริเวณอวัยวะเพศ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ