โพสต์ 16 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 272,376 Views

ขนาดอวัยวะเพศชาย

องคชาตหรือลึงค์เป็นอวัยวะเพศชายที่ยื่นยาวออกมาจากร่างกาย ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของถุงอัณฑะ ภายนอกปกคลุมด้วยผิวหนัง ภายในเป็นกล้ามเนื้อซึ่งมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ซึ่งจะมีท่อปัสสาวะอยู่โดยตลอดและมีช่องเล็กๆ เปิดอยู่ที่ตอนปลาย โดยท่อนี้จะเป็นทางผ่านของทั้งน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิ ส่วนขององคชาติสามารถยืดหดและขยายตัวตั้งขึ้นได้เอง จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามการเจริญเติบโตของร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะมีขนงอกออกมาปกคลุมบริเวณรอบโคนขององคชาติ ช่วยลดการกระแทกและการเสียดสีในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ ส่วนหัวขององคชาต โดยเฉพาะตอนปลาย เป็นส่วนที่ไวต่อความรู้สึกมากกว่าส่วนของหนังหุ้มปลาย เนื่องจากมีเส้นประสาทและเส้นโลหิตมาหล่อเลี้ยงอยู่เป็นจำนวนมาก โดยปกติอวัยวะเพศชายจะอ่อนนุ่มและห้อยลง แต่เมื่อถูกกระตุ้นเร้าทางเพศจนเกิดอารมณ์ หรือบางครั้งอาจจะไม่ได้ถูกเร้าอารมณ์ก็ได้ หากถูกสัมผัสตรงส่วนนี้ อวัยวะเพศก็จะแข็งตัวขึ้นมาได้เองในทันที หนังหุ้มปลายองคชาตคลุมส่วนหัวของอวัยวะเพศไว้ ปกติเวลาที่อวัยวะเพศเกิดอาการแข็งตัว หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศนี้จะเปิดออกเอง ทำให้ส่วนหัวของอวัยวะเพศโผล่ออกมาอยู่ข้างนอก

Erection Hardness Score เรียกย่อๆ ว่า EHS เป็นมาตรฐานในการวัดความแข็งตัวของอวัยวะเพศชายที่กำลังได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเพศชาย ซึ่งนอกจาก EHS แล้วยังมีแบบทดสอบคุณภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายที่เรียกว่า QEQ หรือ Quality of Erection Questionaire ที่มีการใช้ควบคู่กันไป แต่ในทางปฏิบัติ EHS จะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายกว่า ผู้ชายสามารถบอกกับตัวเองได้ว่า คุณภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศตนเองเป็นอย่างไร แบบทดสอบต่อไปนี้เป็นการประเมินคุณภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายในระยะยาว 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา

  1. คุณรู้สึกว่า อวัยวะเพศชายของคุณแข็งเพียงพอที่จะสอดใส่ในคู่ของคุณ
    • ทุกครั้งหรือเกือบทุกครั้ง
    • มากกว่าครึ่ง
    • ประมาณครึ่งหนึ่ง
    • น้อยกว่าครึ่ง
    • ไม่เคยเลย
  2. คุณสามารถที่จะคงสภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายจนสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้สิ้นสุดด้วยความพึงพอใจ
    • พอใจมาก
    • พอใจเหมือนกัน
    • เฉยๆ
    • ไม่ค่อยพอใจ
  3. ระยะเวลาที่ใช้ในการทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวมากพอที่จะดำเนินกิจกรรมทางเพศได้
    • ไม่พอใจเลย
    • น่าพึงพอใจมาก
    • พอใจเหมือนกัน
    • เฉยๆ
    • ไม่ค่อยพอใจ
    • ไม่พอใจเลย
  4. ระยะเวลาที่คุณสามารถคงสภาพการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายในระหว่างที่มีกิจกรรมทางเพศนั้น
    • น่าพึงพอใจมาก
    • พอใจเหมือนกัน
    • เฉยๆ
    • ไม่ค่อยพอใจ
    • ไม่พอใจเลย
  5. ความแข็งของอวัยวะเพศชายของคุณนั้น
    • น่าพึงพอใจมาก
    • พอใจเหมือนกัน
    • เฉยๆ
    • ไม่ค่อยพอใจ
    • ไม่พอใจเลย
  6. คุณภาพของการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายของคุณนั้นโดยทั่วไปแล้ว
    • น่าพึงพอใจมาก
    • พอใจเหมือนกัน
    • เฉยๆ
    • ไม่ค่อยพอใจ
    • ไม่พอใจเลย

ความสำคัญของขนาดอวัยวะเพศชาย

ผู้ชายส่วนใหญ่เป็นกังวลเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของอวัยวะเพศตนเองเมื่อมีเพศสัมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของความเครียดทางเพศของผู้ชาย และนำไปสู่อาการที่อวัยวะเพศหย่อนประสิทธิภาพในการแข็งตัว โดยทั่วไปแล้วผู้ชายควรยอมรับในสิ่งที่ตนเองมี แต่ถ้าขนาดยังคงเป็นเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจ ควรอาศัยเทคนิคเข้าช่วยปรับปรุงทักษะในการร่วมรัก ถ้าผู้ชายไม่อยากบั่นทอนสุขภาพจิตตัวเองเมื่อถึงเวลาร่วมรัก และต้องการเฉลี่ยความรู้สึกกับคู่รัก ต้องทำให้ดีที่สุดกับสิ่งที่มีอยู่ เรียนรู้ที่จะใช้อวัยวะเพศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลักษณะเฉพาะของอวัยวะเพศชายแต่ละแบบมีข้อได้เปรียบและเสียเปรียบด้วยกันทั้งนั้น

  1. เส้นรอบวงมากกว่า 5.18 นิ้ว กรณีที่อวัยวะเพศของฝ่ายชายมีความหนา และช่องคลอดฝ่ายหญิงค่อนข้างเล็ก การร่วมรักมักทำให้ฝ่ายหญิงเจ็บปวดขึ้นมาได้ ผู้ชายจึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในนาทีที่จะเปลี่ยนจากขั้นเล้าโลมไปสู่การร่วมรัก ควรใช้เวลากับการเล้าโลมให้นานมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายหญิงยิ่งได้รับการเร้าอารมณ์ทางเพศมากเท่าใด โอกาสที่ช่องคลอดจะขยายตัวก็มีมากเท่านั้น ควรกระซิบถามเป็นระยะว่าฝ่ายหญิงพร้อมจะให้สอดใส่เข้าไปแล้วหรือยัง เริ่มด้วยการเข้าไปอย่างช้าๆ และพิจารณาใช้สารหล่อลื่นช่วยในช่วงแรก
  2. เส้นรอบวงน้อยกว่า 5.18 นิ้ว เมื่อสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไป แล้วรู้สึกเคว้งคว้าง เทคนิคที่จะช่วยได้เป็นการจัดท่า โดยเน้นให้หัวเข่าฝ่ายหญิงชิดกัน จะทำให้ช่องคลอดอยู่ในลักษณะเหยียดตัวจากบนลงล่าง โดยให้ฝ่ายหญิงนอนราบ ยกขาขึ้นให้เกือบชิดทรวงอก หรือยกขาแล้วงอเข่าลงมา อาจใช้มือช่วยยึดหัวเข่าฝ่ายหญิงให้เกือบชนกันด้วยก็ได้ ฝ่ายชายอยู่ในท่าคุกเข่าบนพื้น กางเข่าคร่อมสะโพกฝ่ายหญิง บีบเข่าตัวเองเข้าหากัน เท่ากับช่วยบีบสะโพกฝ่ายหญิงไม่ให้กางออก
  3. ความยาวน้อยกว่า 4.4 นิ้ว ในช่วงของการเล้าโลมขณะมีเพศสัมพันธุ์ ช่องคลอดฝ่ายหญิงมักจะขยายตัวเกินความจำเป็น ทั้งนี้ก็เพื่อรอรับอวัยวะเพศชายซึ่งถือเป็นวัตถุแปลกปลอม แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เมื่อวัตถุแปลกปลอมเข้าไปแล้ว ผนังช่องคลอดจะคืนตัวให้ห่อหุ้มพอดีกับขนาดของวัตถุแปลกปลอม ฝ่ายชายที่มีความยาวของอวัยวะเพศน้อยกว่า 4.4 นิ้ว ควรใช้อวัยวะเพศถูไถบริเวณเชิงกรานภายนอกของฝ่ายหญิงก่อน พร้อมกับสอดใส่นิ้วมือเข้าไปแทน เพื่อให้ผนังช่องคลอดปรับตัวให้พอดีกับขนาดนิ้วมือสองสามนาที หลังจากนั้นจึงสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าแทนที่นิ้วมือ ด้วยวิธีดังกล่าวนี้ เมื่อผนังช่องคลอดปรับตัวให้พอดีกับขนาดนิ้วมือไปแล้ว ขณะที่สอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไป ฝ่ายชายจะรู้สึกถูกบีบรัดมากขึ้น ส่วนฝ่ายหญิงเองก็จะรู้สึกว่าเป็นขนาดที่ปกติ
  4. ความยาว 4.4-6.5 นิ้ว ผู้ชายควรเรียนรู้วิธีควบคุมระดับและจังหวะของการสอดใส่อวัยวะเพศชาย การกระตุ้นอารมณ์ของผู้หญิงซึ่งประสาทรับสัมผัสส่วนใหญ่ภายในช่องคลอดรวมตัวอยู่กันหนาแน่นบริเวณส่วนนอกที่ไม่ลึกนัก และเป็นบริเวณซึ่งขนาดเฉลี่ยของเพศชายจะเข้าไปกระทบโดนได้ทั้งหมดจากท่าร่วมรักปกติ กล่าวคือ ฝ่ายหญิงนอนราบ ขาเหยียดตรงธรรมดา ขณะที่ฝ่ายชายร่วมรักจากด้านบนลงไป
  5. ความยาว 6.6 นิ้วขึ้นไป ผู้ชายที่มีอวัยวะพศชายความยาวระดับนี้อาจคิดว่าตนเองมีข้อได้เปรียบเหนือความยาวในระดับที่น้อยกว่านี้ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการที่ผนังช่องคลอดส่วนหลังถูกชนระหว่างการร่วมรักนั้น เจ็บพอๆ กับที่ผู้ชายถูกบีบลูกอัณฑะ จึงไม่ควรสอดใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปลึกเกินความจำเป็น วิธีที่ดีที่สุด แนะนำให้ฝ่ายชายนอนหงาย ให้ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน ขยับตัวควบคุมระดับความลึกตามที่ฝ่ายหญิงเห็นชอบ

วิธีทำนายความยาวของอวัยวะเพศชาย

  1. นักวิทยาศาสตร์พยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของอวัยวะเพศชายกับตัวแปรอื่นๆ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย อัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก ความยาวของนิ้วชี้ และขนาดของรองเท้า
  2. นักวิจัยในประเทศอังกฤษสำรวจความยาวของอวัยวะเพศชายในอาสาสมัคร 104 คน อายุระหว่าง 17 ถึง 84 ปี โดยวัดความยาวของอวัยวะเพศขณะที่ยังไม่แข็งตัวที่อุณหภูมิปกติ โดยวัดทันทีหลังจากที่ถอดกางเกงออก และวัดขนาดของรองเท้าที่คนคนนั้นสวมใส่ ผลการสำรวจพบว่าสองตัวแปรนี้ไม่มีความสัมพันธ์กันทางสถิติ (correlation coefficient = 0.012)
  3. งานวิจัยหาความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของอวัยวะเพศชายขณะที่ยังไม่แข็งตัว กับขนาดของก้น โดยวัดจากความยาวรอบสะโพก และดัชนีมวลกาย จากอาสาสมัครชาวไนจีเรีย 115 คน อายุระหว่าง 30 ถึง 65 ปี ผลการสำรวจพบว่าทั้งสามตัวแปรไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  4. งานวิจัยในประเทศกรีซ โดยหาความสัมพันธ์ระหว่างความยาวของอวัยวะเพศชายขณะที่ยังไม่แข็งตัว กับอายุ ส่วนสูง น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย อัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก และความยาวของนิ้วชี้ ในอาสาสมัคร 52 คน อายุระหว่าง 19 ถึง 38 ปี ผลการสำรวจพบว่าความยาวอวัยวะเพศชาย มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับความยาวของนิ้วชี้ของคนนั้น (correlation coefficient = 0.339, P = 0.014) ส่วนตัวแปรอื่นไม่มีความสัมพันธ์กับความยาวของอวัยวะเพศชาย
  5. ในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังรวมทั้งมนุษย์ การเจริญของแขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้าและอวัยวะเพศชาย ถูกควบคุมด้วยยีนเดียวกันที่ชื่อว่า Homeobox หรือเรียกว่ายีน Hoxรูปร่างและรูปแบบของการเจริญเติบโตของอวัยวะดังกล่าวเจริญไปพร้อมๆ กัน และมีอัตราการเจริญเติบโตที่สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงที่มนุษย์ยังเป็นทารกในครรภ์ สามเดือนแรกทารกยังไม่มีการพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุ์ พบว่านิ้วชี้และนิ้วนางมีความยาวพอกัน หลังจากนั้นอวัยวะเพศเริ่มมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วโดยอิทธิพลของฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรนในเพศชายและเอสโตรเจนในเพศหญิง ฮอร์โมนเพศมีผลต่อความยาวของนิ้วชี้และนิ้วนาง โดยเฉลี่ยเพศหญิงจะมีนิ้วนางยาวกว่านิ้วชี้ในขณะที่เพศชายจะมีนิ้วนางยาวพอๆ กับนิ้วชี้หรืออาจจะสั้นกว่า
  6. ตัวแปรความยาวของนิ้วนางและอัตราส่วนความยาวของนิ้วชี้ต่อนิ้วนาง มีความสัมพันธ์กับความยาวของอวัยวะเพศชาย และเป็นตัวทำนายความยาวของอวัยวะเพศชายที่แม่นยำกว่าการวัดความยาวของนิ้วชี้เพียงอย่างเดียว

การเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย

ขนาดมาตรฐานของอวัยวะเพศชาย ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ขนาดที่ไม่แข็งตัวมีความยาวประมาณ 9-12 เซ็นติเมตร ความยาวขณะแข็งตัวประมาณ 12–18 เซ็นติเมตร เส้นรอบวงขณะแข็งตัว 10-12 เซ็นติเมตร อัตราส่วนที่เหมาะสม ความยาว:เส้นรอบวง = 1.3–1.0

ข้อพิจารณาในการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย

  • อวัยวะเพศเล็กกว่าปกติและมีกายวิภาคปกติ
  • อวัยวะเพศขนาดจิ๋ว ความยาวน้อยกว่า 3 2/3 นิ้ว ในขณะแข็งตัว
  • อวัยวะเพศขนาดปกติแต่ไม่พอใจ
  • อวัยวะเพศโค้งงอมากๆ โดยเฉพาะโค้งลงด้านล่าง
  • ได้รับการตรวจวิเคราะห์สภาพจิตใจจากจิตแพทย์ก่อนทำการรักษา

วิธีเพิ่มความยาวโดยไม่ผ่าตัด

  1. วิธีการเพิ่มความยาวโดยไม่ผ่าตัด เช่น ใช้น้ำหนัก หรือตัวดึงรั้ง หรือใช้เครื่องสูบระบบสูญญากาศ ไม่พบการศึกษาที่ยืนยันความสำเร็จในวิธีดังกล่าว นอกจากนี้การใช้ต้องมีระยะเวลายาวนานเป็นปีๆ และไม่มีวิธีการไม่ผ่าตัดใดๆที่เพิ่มเส้นรอบวงของอวัยวะเพศชายได้ถาวร ปัจจุบันนิยมใช้วิธีเหล่านี้หลังผ่าตัดมากกว่า เพื่อการรักษาความยาวที่แพทย์ได้ผ่าตัดยืดออกแล้ว ให้เท่าเดิม หรือบางครั้งมากขึ้นได้
  2. เทคนิคการรีดอวัยวะเพศชาย จัดเป็นเทคนิคที่สำคัญในการบริหารอวัยวะเพศชาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายขนาดและเพิ่มความแข็งแรงให้กับอวัยวะเพศ ก่อนเริ่มบริหารให้ประคบอวัยวะเพศด้วยผ้าร้อน จนได้ที่แล้วจึงเช็ดอวัยวะเพศให้แห้ง จากนั้นนวดอวัยวะเพศเบาๆจนเริ่มขยายตัว ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ทำห่วงรัดรอบอวัยวะเพศให้แน่นพอสมควร รูดห่วงจากโคนจนถึงปลายแท่งช้าๆ ขณะรูดให้รู้สึกว่าเลือดที่คั่งอยู่ภายในแท่งถูกรูดตามไปด้วย เนื้อเยื่อที่เป็นรูพรุนภายในอวัยวะเพศจะยึดและขยายตัวตามเลือดที่คั่งอยู่ภายในทุกครั้งที่รูด แนะนำให้ใช้มือทั้งสองข้างในการรูด โดยรูดติดต่อสลับกันไป เว้นระยะห่าง 1-3 วินาที และทำติดต่อกันนาน 20-30 นาที
  3. บริหารกล้ามเนื้อที่เชื่อมต่อกันระหว่างก้นถึงอวัยวะเพศโดยการขมิบ นอกจากจะช่วยให้สามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ดีขึ้น และทำให้น้ำอสุจิพุ่งไปได้ไกลขึ้นด้วย

วิธีเพิ่มความยาวโดยไม่ผ่าตัด

  1. Ligamentolysis หนึ่งในสามของความยาวอวัยวะเพศชายส่วนต้นซ่อนอยู่ภายในร่างกาย ยึดติดกับกระดูกเชิงกรานด้วยพังผืดหลายชั้น การผ่าตัดสลายบางส่วนของพังผืดที่ยึดเกาะโดนอวัยวะเพศจะทำให้ความยาวเพิ่มขึ้นได้ 2-5 เซ็นติเมตร แต่ต้องระวังไม่ทำให้มุมที่อวัยวะเพศที่ทำกับลำตัวเปลี่ยนแปลง และต้องเก็บบางส่วนโดยเฉพาะส่วนด้านข้างไว้ การผ่าตัดวิธีนี้เพียงอย่างเดียวจะมีแผลที่โคนอวัยวะเพศที่ติดกับหัวหน่าวเท่านั้น และวิธีดังกล่าวไม่สามารถทำให้ความยาวเพิ่มขึ้นได้ขณะอวัยวะเพศแข็งตัว
  2. Penile Dysassembly Technic เป็นวิธีการแยกส่วนขององคชาติ หรือการกรีดบนเนื้อเยื่อที่หุ้มแกนที่ขยายของอวัยวะเพศ เพื่อทำให้เนื้อเยื่อยืดขยายออก อาจร่วมกับใส่แกนสังเคราะห์เข้าไปในอวัยวะเพศ วิธีนี้หลังผ่าตัดจะได้ความยาว 2–5 เซ็นติเมตร อาจได้เพิ่มอีก 2–4 เซ็นติเมตร ถ้าใช้เครื่องดูดระบบสูญญากาศ หลังผ่าตัดแพทย์จะแนะนำให้ใช้เครื่องดูดระบบสูญญากาศเพื่อรักษาความยาวที่ผ่าตัดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  3. Girth Enhancement เป็นวิธีการผ่าตัดเพิ่มขนาดเส้นรอบวง การฉีดไขมันเป็นวิธีที่ปลอดภัยวิธีหนึ่ง แต่มีปัญหาคือการสลายตัวของไขมันที่ฉีด บางส่วนอาจจะมากถึงร้อยละ 50 ของปริมาณที่ฉีดได้ นอกจากนี้ยังพบว่าอาจจะเกิดความไม่เรียบ และจับแล้วไม่ธรรมชาติ
  4. การฉีดสารสังเคราะห์อื่นๆ ที่ปลอดภัย เช่น Collagen, Hyaluronic Acid, AGUAMID ได้ผลดีเช่นเดียวกับการฉีดไขมัน แต่อยู่ได้ไม่ถาวร จะเพิ่มขนาดได้ร้อยละ 10–15
  5. การปลูกถ่ายผิวหนังแท้และชั้นไขมัน โดยการผ่าตัด แล้วสอดชิ้นเนื้อเข้าไป
  6. การใช้ปลอกซิลิโคนที่นิ่มและอ่อนตัวได้ นำมาหุ้ม เป็นวิธีที่ทำกันมากในประเทศเกาหลี ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการเสียดสีของปลอกซิลฺโคนกับเนื้อเยื่อ และยังอาจเกิดพังยึดหุ้มซิลิโคน ทำให้แข็งและไม่เป็นธรรมชาติ
  7. ใช้สารโครงร่างที่สลายตัวได้ใน 3–6 เดือน ประกอบกับเนื้อเยื้อของผู้ป่วยเอง ในที่นี้หมายถึงเม็ดเลือดขาวจากน้ำเลือด เพื่อนำไปหุ้ม ทำการผ่าตัดด้วยเทคนิควิศวกรรมเนื้อเยื้อ ทำให้เกิดเนื้อเยื่อคอลลาเจนจากการทำเซลล์ต้นกำเนิดไปในรูปโครงร่าง หลังจากเวลาผ่านไป 6 เดือน จะได้เส้นรอบวงของอวัยวะเพศราว 2–5 เซ็นติเมตร โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมเหลืออยู่
  8. การดูดไขมันที่บริเวณหัวหน่าวในผู้ป่วยบางราย จะทำให้อวัยวะเพศชายมีขนาดยาวขึ้น

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา
  • ระบุยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแล และแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย
  • ห้ามงดยาควบคุมความดันโลหิต ยาเบาหวาน รวมถึงยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัว
  • งดแอสไพริน, ไอบูโพรเฟน และวิตามินอี เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

การดูแลหลังผ่าตัด

  • การผ่าตัดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศกระทำในโรงพยาบาล โดยการให้ยาสลบ และให้คนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล 1-2 วัน เพื่อเผ้าระวังผลแทรกซ้อน และพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด
  • ท่อระบายเลือดจะถูกถอดออกในวันกลับบ้าน
  • แพทย์จะทำการเปลี่ยนวัสดุทำแผลทุกวัน ก่อนให้กลับบ้าน และแนะนำวิธีการดูแลบาดแผล จนครบ 7 วัน จึงจะนัดมาทำการตรวจซ้ำ
  • งดโดนน้ำบริเวณแผลผ่าตัด
  • ประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงจะตัดไหมผ่าตัด แต่ร่องรอยจากการผ่าตัด จะหายไปในเวลา 3-5 สัปดาห์
  • ผู้ป่วยงดดื่มสุรา งดสูบบุหรี่
  • งดร่วมเพศ หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เป็นเวลา 6 สัปดาห์

ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • เลือดหรือน้ำเหลืองคั่ง ส่งผลให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ
  • แผลแยก
  • เนื้อเยื่อตาย
  • สูญเสียความรู้สึกทางเพศ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟองน้ำคุมกำเนิด

15 กุมภาพันธ์ 2557 830

ฟองน้ำคุมกำเนิด หมายถึง สารสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณลักษณะเป็นสารปุพรุน และเคลือบด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออสุจิ ใช้สอดใส่ในช่องคลอดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ การใช้จะต้องสอดใส่ในช่องคลอดให้ถูกวิธีก่อนมีการร่วมเพศ และทิ้งไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมง หลังร่วมเพศ เพื่อให้มีการทำลายอสุจิได้หมด อาจจะทิ้งไว้ได้ถึง 24 ชั่วโมง แต่มักไม่แนะนำเพราะอาจจะเกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ผลแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยคือ การระคายเคืองตัวเยื่อบุช่องคลอด ทั้งอาจจะจากสารสังเคราะห์ หรือจากยาฆ่าเชื้ออสุจิที่เหลือไว้ก็ได้

ตากุ้งยิง

15 กุมภาพันธ์ 2557 71.601

ตากุ้งยิงสามารถพบได้ทุกอายุ ทุกเพศ เป็นการอักเสบของหนังตา สมัยก่อนถ้าใครตาบวมแดง และมีตุ่มเล็กๆขึ้นที่ตา มักจะถูกล้อว่าเป็น “ตากุ้งยิง” และคาดเดาสาเหตุต่างๆของการเกิดตากุ้งยิง บริเวณขอบเปลือกตาของคนเราจะมีต่อมขนาดเล็กๆ เป็นจำนวนมาก

การผ่าตัดแก้ไข

15 กุมภาพันธ์ 2557 773

ตอนที่ 3 วิธีการผ่าตัดแก้ไขขาโก่งหรือเข่าโก่ง (หรือเสื่อม) ผู้ป่วยมีอาการขาโก่งและมีอาการเจ็บปวดในขณะเดิน จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดซึ่งได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ ปัจจุบันการแก้ไขข้อเข่าโก่งให้กลับมาตรงเหมือนปกติ (Varus Knee Correction) ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ว่าได้ผลจริงมีเพียง 3 วิธีนี้ดังนี้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ