โพสต์ 16 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,123 Views

ก่อนจะเริ่มเป็นสาว

ก่อนจะเริ่มเป็นสาว

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย ในช่วงต่อระหว่างเด็กมาเป็นวัยรุ่น จะมีผลทำให้เกิดความชัดเจนของการแสดงออกทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง เสียง หรือลักษณะท่าทาง ในเด็กผู้หญิงจะเริ่มเมื่ออายุประมาณ 10 - 11 ปี เป็นต้นไป ซึ่งยังมีความแตกต่างกันในเวลาเริ่มต้นของแต่ละประเทศ มีการศึกษาวิจัยในประเทศไทยพบว่า ในอดีตเด็กผู้หญิงจะเริ่มแตกเนื้อสาว เมื่ออายุราว 13-14 ปี แต่ปัจจุบันตัวเลขได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอายุน้อยลง เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อม กรรมพันธุ์ เช่น เด็กผู้หญิงซึ่งมารดาของเธอเริ่มมีประจำเดือนช้า ก็จะเริ่มมีประจำเดือนช้าเหมือนมารดา นอกจากนี้พบว่า โภชนาการและสุขภาพกายก็มีส่วนสำคัญ เด็กที่มีโรคภัยไข้เจ็บบ่อยๆ หรือเด็กที่ขาดอาหาร ก็จะเริ่มแตกเนื้อสาวช้ากว่าเพื่อนคนอื่น การผิดแผกแตกต่างจากเพื่อนในเรื่องรูปร่าง บางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหาในด้านจิตใจได้ พ่อแม่ผู้ปกครองหรือครูควรให้ความรู้ที่ถูกต้อง ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจแก่เด็กว่า สิ่งที่ตัวเขาไม่เหมือนเพื่อนอาจเป็นแค่ชั่วคราว หรือถ้าเป็นผลของกรรมพันธุ์ก็ควรอธิบายว่าคนเราเกิดมาคงต้องวัดกันที่ความรู้ความสามารถ การทำงานให้ประสพความสำเร็จ การเป็นคนดีมีศีลธรรม ไม่ใช่ดูแต่ลักษณะภายนอก

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ เป็นตัวเลขคร่าวๆ ของสถิติในต่างประเทศเท่านั้น

ความสูงเห็นชัดเจนเมื่ออายุ 10-11 ปี และจะลดน้อยลงเมื่ออายุ 15-16 ปี ถ้าอายุ 15 ปีแล้วเด็กสูงขึ้นไม่ชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์
การเปลี่ยนแปลงของหน้าอก เห็นได้ชัดเจนเมื่ออายุ 10-11 ปี และเมื่ออายุ 13-14 ปีขึ้นไปจะ เปลี่ยนแปลงไม่ค่อยมาก
ขนตามร่างกาย ได้แก่ ขนบริเวณอวัยวะเพศเริ่มมีตอน อายุ 10-11 ปี ส่วนขนรักแร้ เริ่มมีตออายุ 12-13 ปี
ต่อมเหงื่อที่รักแร้และขาหนีบ เริ่มมีมากขึ้นเมื่ออายุ 12-13 ปี ทำให้มีกลิ่นบริเวณรักแร้
ประจำเดือน เริ่มมีระหว่างอายุ 11-14 ปี ในระยะแรกจะไม่ค่อยสม่ำเสมอ และหลัง 16-17 ปีไปแล้วมักมีรอบเดือนสม่ำเสมอ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

7 วิธีป้องกัน โรคเมอร์ส

24 มิถุนายน 2558 6.889

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด ควรเตรียมการป้องกันดังนี้

ไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจ

2 สิงหาคม 2556 3.202

ไวรัสเป็นจุลชีพชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถผ่านแผ่นกรองได้ง่ายดายกว่าแบคทีเรียซึ่งไม่สามารถผ่านได้ ปัจจุบันพบว่าไวรัสมีมากมายหลายร้อยชนิด ไวรัสที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่ ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในคน ไวรัสของสัตว์ ไวรัสของพืช ไวรัสของแบคทีเรีย

โรคไขข้อพาลินโดรมิก (Palindromic Rheumatism)

3 สิงหาคม 2556 4.664

โรคไขข้อพาลินโดรมิก (Palindromic Rheumatism) หรือเรียกย่อๆ ว่า PR เป็นโรคข้ออักเสบชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุโดยพบว่ามีข้ออักเสบเป็นๆ หายๆ แต่ละครั้งไม่เกิน 2 วันอาการข้ออักเสบอาจเป็นได้ทั้งข้อเล็ก และข้อใหญ่ครั้งแรกๆอาจเป็นเพียงข้อเดียว

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ