โพสต์ 5 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 35,697 Views

การใส่สายยาง (สำหรับให้อาหาร) เข้าทางรูจมูก

การใส่สายยาง (สำหรับให้อาหาร) เข้าทางรูจมูก

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เองตามปกติ เช่นเจ็บคอมากเวลากลืนอาหาร คออักเสบรุนแรง มีแผลร้อนในหลายๆ แผลเจ็บจนรับประทานอาหารไม่ได้ แพทย์มักจะให้น้ำเกลือทดแทนโดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำแต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานหลายวัน เช่น การผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง การผ่าตัดกระดูกขากรรไกรและใบหน้าจากการได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงพบว่าการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ นั้น ไม่เพียงพอในการทดแทนการรับประทานอาหารได้ และการให้น้ำเกลือเป็นเวลานานๆอาจก่อให้เกิดเส้นเลือดดำบริเวณนั้นๆ อักเสบ เกิดไข้ขึ้นมาได้แพทย์จึงเปลี่ยนมาให้อาหารทางสายยยางแทน โดยสายยางนั้นจะถูกสอดผ่านจากรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งผ่านไปในโพรงจมูกวกลงไปในคอหอย, หลอดอาหาร จนกระทั่งปลายสายยางอยู่ในตำแหน่งของกระเพาะอาหาร และเนื่องจากสายยางนี้มักจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เป็นเวลานาน เช่น เกิน 1 สัปดาห์ จึงมักมีคำถามว่า ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆจะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่ คำตอบคือ “อาจจะมีข้อเสียได้” เช่น สายยางลื่นหลุดออกจากตำแหน่งของ-กระเพาะอาหาร ทำให้ต้องใส่ใหม่, สายยางก่อให้เกิดจมูก และไซนัสอักเสบได้ เนื่องจากให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุจมูกข้างนั้นๆ ขึ้นมาได้, สายยางอาจทำให้เกิดคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบได้, ตัวสายยางอาจไประคายเคืองที่รูเปิดของท่อปรับความดันของหูชั้นกลาง (Eustachian tube) ซึ่งอยู่ด้านหลังของโพรงจมูก และก่อให้เกิดหูอื้อหรือก่อให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบได้, รวมทั้งผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่ากลืนน้ำลายได้ไม่ปกติเนื่องจากสายยางนั้นค้ำอยู่ในหลอดอาหาร, อาหารบางส่วนอาจย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นมาในคอหอยได้เนื่องจากสายยางคาอยู่ที่รูเปิดของกระเพาะอาหารกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารจึงทำงานได้ไม่ดีเหมือนสภาวะปกติ

หากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้เป็นเวลานานวันขึ้นนั้นมักจะเกิดข้อเสียของสายยางนี้ขึ้นได้และอาจมีการสำลักอาหารจากอาหารที่ย้อนขึ้นมาจากกระเพาะแพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนวิธีการให้อาหารแก่ผู้ป่วยโดยเปลี่ยนจากสายยางในจมูกเป็น “การเจาะกระเพาะ” โดยสอดสายยางจากแผลบริเวณผิวหนังที่หน้าท้องเข้าไปยังกระเพาะโดยตรง

ขอขอบคุณ

Author
ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เนื้องอกมดลูก โรคที่พบบ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์

12 สิงหาคม 2558 4.693

เนื้องอกมดลูกสามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งของมดลูก ก้อนเนื้องอกสามารถเติบโตอย่างช้าๆ หรือรวดเร็วก็ได้ไม่แน่นอน

เอฟิดรีน Ephedrine (EPH)

6 มิถุนายน 2556 4.998

เป็นสารออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทซิมพาเธติกโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับแอมเฟตามีน และเมธแอมเฟตามีน ในธรรมชาติจัดเป็นสารอัลคาลอยด์ที่สกัดจากพืชหลายชนิดใน genus Ephedra (family Ephedraceae) ในกระบวนการผลิตปัจจุบัน

เรียนรู้ “ยูโร 2012”

4 สิงหาคม 2556 2.185

ถ้าเอ่ยถึงยูโร 2012 ในปัจจุบันอาจหมายความถึงวิกฤตหนี้ยูโรโชนที่ทำให้หลายประเทศในทวีปยุโรปสะบัดร้อนสะบัดหนาวกันอยู่ แต่ขณะเดียวกันเมื่อพูดถึง “ยูโร 2012” ในชั่วโมงนี้ คนทั่วโลกน่าจะคิดถึงฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่กำลังแข่งขันกันอยู่ระหว่างวันที่ 8 มิ.ย.55 ถึง 1 ก.ค. 55 นี้ คนไทยเรามีฟุตบอลกันอยู่ในหัวใจมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ไหนคนไทยก็ไม่พลาด แม้ว่าปีนี้ทีวีบางบ้านอาจมีจอดำกันบ้างแต่ก็คงพออาศัยข้างบ้านหรือใช้เสาหนวดแมว หนวดกุ้งหรือเสาก้างปลาแทนชั่วคราวกันไปก่อน ถ้าท่านมีโอกาสไปแถวปราจีนบุรีก็อาจเห็นเสาอากาศไทยประดิษฐ์แบบกะละมังซึ่งก็สามารถรับสัญญาณได้ไม่น้อยหน้าเสาอากาศชนิดไหนๆ เนื่องจากการแข่งขันถือเอาเวลาในประเทศยุโรปเป็นหลักซึ่งก็ต่างจากเวลาของประเทศไทยอยู่ราว 6 ชั่วโมง หัวข้อการสนทนาเรื่องนี้จึงเหมาะกับสภากาแฟในตอนเช้าของบ้านเรามาก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ