โพสต์ 5 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 1,825 Views

การใส่สายยาง (สำหรับให้อาหาร) เข้าทางรูจมูก

การใส่สายยาง (สำหรับให้อาหาร) เข้าทางรูจมูก

     ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เองตามปกติ เช่น เจ็บคอมากเวลากลืนอาหาร คออักเสบรุนแรง มีแผลร้อนในหลายๆ แผล เจ็บจนรับประทานอาหารไม่ได้ แพทย์มักจะให้น้ำเกลือทดแทน โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ แต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้เป็นระยะเวลาติดต่อกันนานหลาย วัน เช่น การผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง การผ่าตัดกระดูกขากรรไกร และใบหน้าจากการได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง พบว่าการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ นั้น ไม่เพียงพอ ในการทดแทนการรับประทานอาหารได้ และการให้น้ำเกลือเป็นเวลานานๆ อาจก่อให้เกิดเส้นเลือดดำบริเวณนั้นๆ อักเสบ เกิดไข้ขึ้นมาได้ แพทย์จึงเปลี่ยนมาให้อาหารทางสายยยางแทน โดย สายยางนั้นจะถูกสอดผ่านจากรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งผ่านไปในโพรงจมูก วกลงไปในคอหอย, หลอดอาหาร จนกระทั่งปลายสายยางอยู่ในตำแหน่งของกระเพาะอาหาร และ เนื่องจากสายยางนี้มักจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้เป็น เวลานาน เช่น เกิน 1 สัปดาห์ จึงมักมีคำถามว่า ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆ จะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่ คำตอบคือ “อาจจะมีข้อเสียได้” เช่น สายยางลื่นหลุดออกจากตำแหน่งของ-กระเพาะอาหาร ทำให้ต้องใส่ใหม่, สายยางก่อให้เกิดจมูก และไซนัสอักเสบได้ เนื่อง จากให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุจมูกข้างนั้นๆ ขึ้นมาได้, สายยางอาจทำให้เกิดคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบได้, ตัวสายยางอาจไประคายเคืองที่รูเปิดของท่อปรับความดันของหูชั้นกลาง (Eustachian tube) ซึ่งอยู่ด้านหลังของโพรงจมูก และก่อให้เกิดหูอื้อ หรือก่อให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบได้, รวมทั้งผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่ากลืนน้ำลายได้ไม่ปกติ เนื่องจากสายยางนั้นค้ำอยู่ในหลอดอาหาร, อาหารบางส่วนอาจย้อนจากกระเพาะอาหารขึ้นมาในคอหอยได้ เนื่องจากสายยางคาอยู่ที่รูเปิดของกระเพาะอาหาร กล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารจึงทำงานได้ไม่ดีเหมือนสภาวะปกติ
 

     หากผู้ป่วยไม่ สามารถรับประทานอาหารเองได้เป็นเวลานานวันขึ้นนั้น มักจะเกิดข้อเสียของสายยางนี้ขึ้นได้ และอาจมีการสำลักอาหารจากอาหารที่ย้อนขึ้นมาจากกระเพาะ แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนวิธีการให้อาหารแก่ผู้ป่วย โดยเปลี่ยนจากสายยางในจมูกเป็น “การเจาะกระเพาะ” โดยสอดสายยางจากแผลบริเวณผิวหนังที่หน้าท้องเข้าไปยังกระเพาะโดยตรง

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยารักษาไวรัสตับอักเสบชนิดซี

8 มีนาคม 2556 4.421

การรักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง ที่เกิดจากไวรัสซี ต้องกำจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายให้หมด และต้องตรวจไม่พบเชื้อไวรัสซีในเลือดเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนภายหลังการรักษา จึงจะถือว่าการรักษาได้ผล นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังที่จะหยุดยั้งการทำลายเซลล์ตับ

สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี

8 สิงหาคม 2556 10.284

สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี เป็นเชื้อที่กลายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก เกิดมิวเตชันแทบตลอดเวลา ในร่างกายของผู้ติดเชื้อจะพบเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ต่างๆ ในตัวคนเดียวกัน

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

2 สิงหาคม 2556 5.186

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะ ได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นกับระยะของโรคขณะเริ่มต้นรักษา ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ