โพสต์ 1 ก.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 4,875 Views

การใช้เอ็มอาร์ไอ (MRI) มาตรวจจับการโกงอายุในการแข่งขันฟุตบอล

การใช้เอ็มอาร์ไอ (MRI) มาตรวจจับการโกงอายุในการแข่งขันฟุตบอล

    นโยบายของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หือฟีฟ่า (FIFA – Federation International de Football Association) ในการส่งเสริม และสนับสนุนให้เกมส์การแข่งขันฟุตบอลได้แพร่หลายไปทั่วโลกให้มากที่สุด สมกับเป็นกีฬาที่มีผู้เล่นมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน ก็คือ การจัดการแข่งขันในกลุ่มอายุต่างๆ ให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นเวทีระดับโลก ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ทวีปต่างๆ จัดการแข่งขันเพื่อหาตัวแทนเข้าไปแข่งขันในระดับโลก และจะ


ขับเคลื่อนให้ประเทศต่างๆ จัดการแข่งขันภายในประเทศ เพื่อหาตัวแทนในกลุ่มอายุนั้นๆ ที่มีฝีมือดีที่สุดในประเทศนั้นๆ เพื่อเข้าแข่งขันในนามทีมชาติ

ปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันกี่กลุ่มอายุ?

สำหรับฟีฟ่าฟุตบอลชาย มีรุ่นอายุ่ต่ำกว่า 17 ปี, 19 ปี, และ 21 ปี แต่ทางเอเอฟซีมีการแข่งขันรุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปี และ 16 ปี เพื่อส่งเสริมฟุตบอลเด็กในทวีปเอเซีย และเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันของฟีฟ่าต่อไป ส่วน ฟุตบอลหญิง จะมีการแข่งขันรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี และ 19 ปี นอกนั้นแล้วก็เป็นการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ และซีเกมส์ ที่มีการกำหนดผู้เล่นต้องมีอายุต่ำกว่า 23 ปี และสำหรับเอเชี่ยนเกมส์อนุญาตให้มีผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี จำนวนหนึ่งไม่เกิน 3 คน ส่วนฟุตบอลโลกไม่มีการกำหนดอายุเอาไว้

หลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการยืนยันอายุของนักฟุตบอล

ในอดีตอาจมีการใช้เพียงหนังสือเดินทางหรือพาสพอร์ต (Passport) ของแต่ละบุคคลเท่านั้นเพื่อยืนยันว่านักฟุตบอลคนนั้นมีอายุเท่านใด โดยดูจากวันเดือนปีเกิดที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง ต่อมาก็มีการขอสูติบัตรประกอบเพิ่มขึ้น ขอใบรับรองการเรียนจากโรงเรียนที่นักฟุตบอลคนนั้นกำลังเล่าเรียนอยู่ว่าอยู่ชั้นการศึกษาใด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานที่ทำขึ้นโดยมนุษย์ และอาจมีการเบี่ยงเบนข้อมูลออกไปจากข้อเท็จจริงได้ และรวมทั้งพบว่ามีบางประเทศในทวีปเอเซียและอาฟริกา การไปแจ้งเกิดหรือการมีใบสูติบัตรอย่างเป็นทางการยังไม่เป็นข้อบังคับตามกฏหมายที่จะต้องปฏิบัติก็ตาม ด้วยเหตุผลดังกล่าวเหล่านี้ จึงทำให้บางประเทศอาศัยเป็นช่องทางในการส่งผู้เล่นที่มีอายุเกินกว่ารุ่นที่กำลังจะมีการแข่งขัน เพื่อได้เปรียบในด้านสรีรวิทยาของร่างกาย บางคนจึงเรียก นักฟุตบอลที่มีทักษะฝีมือหรือมีอายุที่ต่างกันมากๆ นี้ว่า “กระดูกคนละเบอร์”

การตรวจจับการโกงอายุของนักฟุตบอลทำกันอย่างไรในอดีต?

ในการตรวจรักษาผู้ป่วยทางการแพทย์มีการใช้วิธีเอ็กซเรย์กระดูกข้อมือซ้ายด้วยวิธีปกติ ซึ่งจะต้องใช้รังสีเอ็กซเรย์ฉายไปบริเวณข้อมือ เพื่อให้ปรากฏภาพเอ็กซเรย์บนแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ เพื่อศึกษาดูอายุกระดูก(Skeletal age)โดยกลุ่มคนไข้เด็ก โดยแพทย์สาขาที่ใช้วิธีนี้บ่อยๆ ได้แก่ กุมารแพทย์ (Pediatrician) และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่อมไร้ท่อ (Endocrinologist) ซึ่งจะดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโต (การพัฒนาทางร่างกาย) หรือ Growth disorder และในปัจจุบันอาจมีการนำมาใช้ในกลุ่มของเด็กที่ตัวเตี้ยกว่าในวัยเดียวกัน เพื่อดูว่าร่างกายของเด็กคนนั้นยังมีการเจริญเติบโตของกระดูก (สูงขึ้น) อีกต่อไปเพียงใด และมีการพิจารณาการใช้สารฮอร์โมน
แอนาบอริคสเตรียรอยด์ เพื่อชะลอการปิดของศูนย์สร้างความเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) จะได้มีความสามารถในการทำให้ร่างกายสูงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้อาจมีการนำมาใช้ตามคำสั่งของศาลเพื่อต้องการเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีที่จำเป็นต้องพิสูจน์อายุคน

สำหรับการใช้เอ็กซเรย์ปกติในนักกีฬาฟุตบอลเพื่อดูอายุนั้นพบว่ามีการเบี่ยงเบนแตกต่างกันไปในแต่ละเผ่าพันธ์
ไม่สามารถนำมาใช้ในการแปลผลได้ และประกอบกับองค์การพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (IAEA – International Atomic Energy Agency) ได้ออกกฏเพื่อคุ้มครองบุคคลปกติ เช่น นักฟุตบอล ซึ่งไม่ใช่เป็นคนไข้ ว่าไม่ควรที่จะได้รับแสงเอ็กซเรย์โดยไม่มีความจำเป็น และปัจจุบันมีข้อยุติทางกฏหมายแล้วว่าไม่อนุญาติให้ใช้วิธีนี้ในการตรวจจับการโกงอายุในนักกีฬาอีกต่อไป

การใช้เอ็มอาร์ไอแทนการใช้เอ็กซเรย์

เครื่อง เอ็มอาร์ไอ (MRI - Magnetic Resonance Imaging Machine) หมายถึง เครื่องมือที่ใช้คลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้า แล้วทำให้เกิดภาพของอวัยวะต่างๆ มีการประดิษฐ์คิดค้นมากกว่า 20 ปีแล้ว มีผู้ที่ศึกษาวิจัยการนำ MRI มาใช้ดูอายุกระดูก (Skeletal age) ของนักกีฬาฟุตบอล พบว่าเป็นวิธีการที่เรียกว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักกีฬา (Non-invasive method) สามารถดูกระดูกบริเวณข้อมือ (Distal Radius) ว่าศูนย์ให้การเจริญเติบโตของกระดูกบริเวณนั้นยังคงเหลือหรือเปิดอยู่หรือไม่? มีระบบในการดูเปรียบเทียบว่าศูนย์การเจริญเติบโตของกระดูกปิดมากปิดน้อยเป็นขั้นๆ ไปค่อนข้างชัดเจน ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และแม่นยำในการแปลผลที่จะนำมาใช้ในการตรวจจับการโกงอายุ การศึกษาวิจัยพบว่าการปิดของศูนย์การเจริญเติบโตของกระดูกข้อมือ (Radius) นี้ จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยในคนอายุ 18 ปี 4 เดือน ดังนั้นหากตรวจพบว่าศูนย์การเจริญเติบโตของกระดูกข้อมือปิดใน
นักฟุตบอลรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี ก็คงสรุปได้ว่านักฟุตบอลผู้นั้นคงจะอายุเกินกว่า 17 ปี ค่อนข้างแน่นอน

การใช้เอ็มอาร์ไอในการแข่งขันในประเทศไทย

วันที่ 17-28 ต.ค. ศกนี้ จะมีการแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีในประเทศไทย (กลุ่มเอช มี ไทย, ไต้หวัน, และเกาหลีใต้) ทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเซีย หรือ เอเอฟซี (AFC) ได้กำหนดให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยทำการตรวจเอ็มอาร์ไอของกระดูกข้อมือนักฟุตบอลไทยที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จำนวน 22 คน (ส่งชื่อไป 30 คน แต่มี 8 คน ที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นานาชาติของ AFC / FIFA ในระดับอายุ 14 ปีมาก่อน ถือว่ามีการรับรองอายุมาแล้ว) โดยทางเราต้องส่งภาพเอ็มอาร์ไอไปให้แพทย์เอ็กซเรย์ที่สวิสเซอร์แลนด์ (ซึ่ง FIFA และ AFC เป็นผู้กำหนด) เพื่ออ่านผล และหากระหว่างการแข่งขันมีการสงสัยนักฟุตบอลคนใด ผู้ควบคุมการแข่งขันอาจพิจารณาพานักฟุตบอลคนนั้นมาทำเอ็มอาร์ไอซ้ำอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นการป้องกันการส่งภาพเอ็มอาร์ไอของคนอื่นไปแทน

ผมหวังว่าท่านผู้อ่านจะมีความเข้าใจการทำงานในเรื่องการตรวจจับการโกงอายุในนักฟุตบอลได้ดียิ่งขึ้น สวัสดีครับ

image

ผู้เขียน: นอ.(พิเศษ) นพ.ไพศาลจันทรพิทักษ์
Email: paisal@bangkokhospital.com

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

52 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จักโรค “โนโมโฟเบีย (nomophobia)” โรคสุดฮิตของคนใช้สมาร์ทโฟน

6 สิงหาคม 2558 42.155

อาการที่เกิดจากความหวาดกลัว วิตกกังวลเมื่อขาดโทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อสื่อสาร

ข้อพึงระวังของยารักษาสิว

6 มิถุนายน 2556 1.504

แนวทางการป้องกันและรักษาสิวจะเริ่มจากการดูแลทั่วไป ได้แก่การล้างหน้าควรใช้สบู่อ่อนๆ ล้างหน้าวันละไม่เกิน 2 ครั้ง ชำระล้างเหงื่อไคล ไขมัน และสิ่งสกปรกออกไปจากผิวหน้า ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ยา

ก้างปลาติดคอ

10 สิงหาคม 2556 12.045

บางท่านคงเคยสงสัยว่าเมื่อรับประทานอาหารแล้วเกิดมีก้างปลาติดคอควรทำอย่างไรหรือจะปฏิบัติตามคำพูดของคนโบราณที่เคยบอกไว้ เช่น บีบน้ำมะนาวสดๆใส่ในคอสัก 1 ผล หรือกลืนข้าวเหนียวคำใหญ่ๆ โดยไม่ต้องเคี้ยวเพื่อให้ก้างหลุดไปพร้อมข้าวเหนียว

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ