โพสต์ 25 ก.ย. 56 ปรับปรุง 28 พ.ค. 57 6,168 Views

การเสริมหน้าอก, เสริมเต้านม (Breast Augmentation)

การเสริมหน้าอก, เสริมเต้านม (Breast Augmentation)

เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งการเพิ่มขนาดหน้าอกนี้ก็เพื่อ

  1. imageเพื่อให้รูปร่างดีขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าเต้านมของตัวเองมีขนาดเล็กเกินไป
  2. เพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีบุตร หลังการให้นมบุตร หรือ
    คลอดบุตรแล้ว เต้านมอาจจะมีความตึงน้อยลง
  3. เพื่อแก้ไขขนาดที่แตกต่างของเต้านมทั้งสองข้าง
  4. แก้ไขรูปทรงที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดจากการผ่าตัด

ใครควรเสริมหน้าอก (เพิ่มขนาดเต้านม)

ผู้ที่จะเพิ่มขนาดเต้านมต้องมีความต้องการที่จะให้รูปร่างดูดีขึ้น ผู้นั้นควรจะมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่ต้องไม่หวังมากเกินไปว่ารูปร่างจะดูสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ

imageชนิดของถุงเต้านมเทียม (Breast implants) ถุงเต้านมเทียมจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ

  1. เปลือกถุง ซึ่งจะทำด้วยซิลิโคน ลักษณะของ เปลือกอาจจะเป็นผิวเรียบ หรือผิวขรุขระ
  2. สารที่บรรจุในถุง จะมีอยู่ 2 ชนิดคือ
    • น้ำเกลือ
    • ซิลิโคนเหลว

มีความเสี่ยงแค่ไหนในการได้รับการเสริมเต้านม

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงที่เกิดจากการทำผ่าตัดทั่วไป เช่น เลือดออก, เลือดคั่ง, ติดเชื้อ แต่มีอัตรา
การ เกิดประมาณ 1-5% ผลแทรกซ้อนจากการเสริมเต้านมอาจจะเกิด การรัดตัวของพังผืดที่อยู่รอบเต้านม ทำให้เกิดความรู้สึกแข็งผิดปกติของเต้านมข้างนั้นบางครั้งอาจจะมีความรู้สึก เสียว, ชา บริเวณหัวนมหรือบริเวณใกล้รอย
ผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเป็นปกติได้ แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกเช่นนั้นตลอดไป ผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมสามารถให้นมบุตรได้ถ้าต้องการ มีรายงานว่าผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมบางรายมีอาการปวดตามข้อต่างๆ มีไข้, อ่อนเพลีย แต่จากการศึกษาโดยละเอียดไม่สามารถระบุความเกี่ยวพัน ระหว่างอาการเหล่านี้กับการเสริมเต้านมได้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ไม่ได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับการเสริมเต้านม แต่การตรวจเต้านมด้วย เอ็กซเรย์ แมมโมแกรม ต้องใช้วิธีพิเศษ

ถุงเต้านมเทียมมีโอกาสแตกรั่วหรือไม่

imageถุงเต้านมเทียมมีโอกาสแตกหรือรั่วได้ ไม่ เกี่ยวกับการได้รับกระแทกอย่างรุนแรง ถ้าเป็นน้ำเกลือ เต้านมด้านนั้นจะยุบลงโดยรวดเร็ว น้ำเกลือที่รั่วออกมาจะถูกดูดซึมเข้ากระแสโลหิตไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่ อย่างใด ถ้าเป็นซิลิโคนเหลวจะเกิดได้ 2 กรณี อย่างแรกถ้าพังพืดที่หุ้มรอบถุงไม่แตก อาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบฉีกขาดซิลิโคนเหลวจะออกมานอกถุงแล้ว อาจจะเกิดพังพืดหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่ เต้านมข้างนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป และอาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น

วางแผนสำหรับการผ่าตัด

ถ้าท่านสนใจที่จะได้รับการผ่าตัด ควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายของท่าน และสภาพเต้านมของท่าน ท่านสามารถจะคุยซักถาม และบอกความต้องการของท่านต่อแพทย์เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่าตัดต่อ ท่าน

imageระยะพักฟื้นจากการผ่าตัด ประมาณ 5-7 วัน

ระยะเวลาผ่าตัด ประมาณ 2-4 ชั่วโมง

การผ่าตัด

รอยผ่าตัด อาจจะอยู่ที่รักแร้, รอบปานนม, กลางปานนม, ใต้ฐานนม, สะดือ

หลังผ่าตัด

ท่าน จะรู้สึกตึงปวดได้บ้างประมาณ 2-3 วัน หลังผ่าตัดรูปร่างของเต้านมจะดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1-2 เดือนท่านอาจจะต้องนวดเต้านมที่เสริมตามคำแนะนำของแพทย์อีกประมาณ 3-6 เดือน

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เบาหวานขึ้นตา

15 กุมภาพันธ์ 2557 3.242

ความผิดปกติของตาเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน โดยชั้นจอประสาทในลูกตามีการเสื่อม ทำให้เกิดอาการตามัว หรือตาบอดได้ ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสตาบอดสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ถึง 25 เท่า

การดูแลเด็กวัย 2 ขวบ

19 กุมภาพันธ์ 2557 955

เด็กวัย 1-2 ปี หรือที่เรียกว่าวัยเตาะแตะ จะมีพัฒนาการเปลี่ยนไปจากเด็กวัยแบเบาะ หรือขวบปีแรกอย่างชัดเจน ได้แก่การเริ่มลุกขึ้น ยืน เดิน และวิ่งไปมา เริ่มพูดได้มากขึ้น ซึ่งเป็นคำโดด ๆ หรือวลีสั้นๆ เช่น หาแม่ หม่ำนม เป็นต้น ด้านความคิดและอารมณ์ของเด็กวัยนี้ จะชอบสำรวจ ค้นหาสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว มีความรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง คิดว่าตนนั้นเป็นเจ้าของทุกสิ่งรอบ ๆ ตัว ยังไม่เข้าใจคำพูด

เก็บตกจากฟีฟ่าแมกกาซีน และดูฟุตบอลโลกบนเครื่องบิน

1 กรกฎาคม 2556 1.451

ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศอังกฤษในช่วงนี้ จึงได้เขียนต้นฉบับครั้งนี้ ส่งตรงมาจากอังกฤษ และได้อ่านหนังสือฟีฟ่าแมกกาซีน ฉบับเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม 2549 บนเครื่องบิน มีข้อมูลหลายอย่างที่ขอนำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านเดลินิวส์ทุกท่านได้ทราบด้วย และที่สำคัญคือ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ