โพสต์ 27 ก.ย. 56 ปรับปรุง 28 ก.พ. 57 4,667 Views

การเคลือบหลุมร่องฟัน

การเคลือบหลุมร่องฟัน

การป้องกันฟันผุในเด็กมีหลายวิธีประกอบกัน ทั้งส่วนที่ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแลลูกหลานที่บ้าน

ได้แก่ การดูแลให้เด็กแปรงฟันหลังอาหารเช้าและก่อนนอนให้สะอาด การควบคุมการรับประทาน

ขนมหวานให้เหมาะสม การรับประทานฟลูออไรด์เสริมตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เป็นต้น และส่วนที่

ทันตแพทย์เป็นผู้ทำให้ เช่น การเคลือบฟลูออไรด์ทุก 6 เดือน และการการเคลือบหลุมร่องฟัน

กราม ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ "การเคลือบหลุมร่องฟัน" ว่าจะช่วยป้องกันฟันผุในเด็กได้

อย่างไรด้านที่ใช้บดเคี้ยวอาหารของฟันกรามจะมีลักษณะเป็นหลุมเป็นร่องลึกกว่าด้านอื่น ทำให้เป็นที่กักของเศษอาหารได้ง่าย จึงได้มีการคิดค้นวัสดุที่เรียกว่าซีแลนด์ เพื่อเคลือบลงบนหลุมร่องฟันของฟันกรามทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ เป็นการป้องกันเพื่อให้เศษอาหารติดค้างได้น้อยลง และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นด้วยการแปรงฟัน ซีแลนด์ทำมาจากวัสดุประเภทเรซิน ซึ่งที่ทันตแพทย์นิยมใช้มากที่สุด จะเป็นชนิดใสไม่มีสี หรือชนิดที่มีสีขาวขุ่นหรือสีคล้ายเนื้อฟัน

เด็กเล็กจะมีฟันกรามน้ำนมทั้งหมด 8 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่อเด็กอายุประมาณ 2 ปีครึ่ง เมื่อ

ทันตแพทย์พิจารณาเห็นว่าฟันกรามน้ำนมของเด็กมีหลุมและร่องฟันลึก และเด็กให้ความร่วมมือ

ได้ดีพอ ทันตแพทย์จะถ่ายเอกซเรย์เพื่อตรวจฟันผุที่ซอกฟันกราม หากไม่สามารถวินิจฉัยด้วยการ

ตรวจในปากได้ ถ้าพบว่าไม่มีฟันผุจึงจะทำการเคลือบหลุมร่องฟันให้ ฟันแต่ละด้านใช้เวลาในการ

ทำประมาณ 10 นาที การทำซีแลนด์ไม่ยุ่งยากเท่าการอุดฟัน และไม่ต้องใส่ยาชา สามารถทำได้

เมื่อเด็กร่วมมือพอที่จะให้ขัดฟันและเคลือบฟลูออไรด์ได้อย่างดี คือ อายุประมาณ 4 ปีขึ้นไป และ

เมื่อเด็กเริ่มมีฟันกรามแท้ขึ้นระหว่างอายุ 6 - 12 ปี ทันตแพทย์ก็จะทยอยเคลือบร่องฟันกรามแท้

ทุกซี่จนครบ 16 ซี่ การเคลือบหลุมร่องฟันด้วยซีแลนด์ นับเป็นวิธีการป้องกันฟันผุด้านบดเคี้ยวที่

ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่งในปัจจุบันอายุของซีแลนด์ที่เคลือบไปจะอยู่ได้ประมาณ 2-4 ปี ขึ้นกับการใช้งาน ซึ่งทันตแพทย์จะทำการตรวจเช็คให้ทุก 6 เดือน เมื่อเด็กมารับการตรวจสุขภาพฟัน หากพบว่าซี่ใดมีการสึกไปมากจนไม่สามารถทำหน้าที่ป้องกันได้ ก็จะแนะนำให้เคลือบซ้ำเฉพาะซี่นั้นๆ ผู้ปกครองสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากทันตแพทย์เด็ก หรือทันตแพทย์ประจำครอบครัวของท่าน

ที่มา : ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล

ขอขอบคุณ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

6 มิถุนายน 2556 2.490

สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของชีวิต ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการให้คำแนะนำดังต่อไปนี้ อาหารที่ท่านรับประทานมีแร่ธาตุ และวิตามินเหล่านี้หรือไม่

มาฟิตปั๋งกับ ท่าออกกำลังกาย แบบง่ายๆ ในเวลางาน

10 เมษายน 2562 208

ถึงเวลาแล้ว! ที่เราจะมา ขยับร่างกายของเรา เพราะนั่งจมอยู่กับโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน แถมยังเสี่ยงจะเป็นโรค Office Syndrome อีก เอาล่ะ เริ่มได้!

ปวดหลังเรื้อรังอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

3 สิงหาคม 2556 2.364

โรค Office Syndrome เป็นปัญหาสุขภาพที่มักพบบ่อยในคนวัยทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งอยู่กับที่และจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรค Office Syndromeได้มากกว่ากลุ่มอื่น ส่วนใหญ่เป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบและเกร็งตัวของกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการปวดคอปวดตามตัวรวมถึงการปวดหลังเรื้อรังตามมา

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ