โพสต์ 2 ส.ค. 56 ปรับปรุง 9 มี.ค. 57 3,555 Views

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

การ ตรวจลำไส้ใหญ่นอกจากจะใช้การเอ็กซเรย์ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้งแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่เป็นการตรวจให้เห็นโดยตรง ได้แก่ การใช้กล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่เข้าไปดูความผิดปกติของผนังภายในลำไส้ใหญ่โดย ตรง การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ มีความยุ่งยากกว่าการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ตรงที่จะต้องมีการเตรียมผู้ป่วย โดยให้ผู้ป่วยทานยาระบาย หรือสวนอุจจาระเพื่อให้ลำไส้ใหญ่นั้นไม่มีอุจจาระตกค้าง สามารถที่จะมองเห็นได้ชัดเจนเวลาที่ใช้กล้องส่องตรวจ
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ การตรวจลำไส้ใหญ่นอกจากจะใช้การเอ็กซเรย์ตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้งแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่เป็นการตรวจให้เห็นโดยตรง ได้แก่ การใช้กล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่เข้าไปดูความผิดปกติของผนังภายในลำไส้ใหญ่โดย ตรง การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ มีความยุ่งยากกว่าการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ตรงที่จะต้องมีการเตรียมผู้ป่วย โดยให้ผู้ป่วยทานยาระบาย หรือสวนอุจจาระเพื่อให้ลำไส้ใหญ่นั้นไม่มีอุจจาระตกค้าง สามารถที่จะมองเห็นได้ชัดเจนเวลาที่ใช้กล้องส่องตรวจ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ มักจะใช้เวลามากกว่าการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เนื่องจากลำไส้ใหญ่นั้นยาวกว่า และเทคนิคการตรวจก็ยากกว่า ในผู้ป่วยบางรายอาจตรวจไม่สำเร็จเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการแน่นท้องในระหว่าง การตรวจจนทนไม่ไหว
 
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กโค้งงอได้ที่ปลายกล้องมีเลนส์ ขยายภาพ ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงแล้วส่งภาพมายังจอรับภาพส่อง เข้าไปทางทวารหนัก เพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนกลางส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนปลาย
 
หลักการ
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หลักการนั้นเหมือนกับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร เพียงแต่เป็นการส่องกล้องเข้าไปตรวจในลำไส้ใหญ่ทั้งหมด ภาพที่เห็นจะปรากฎบนจอโทรทัศน์ ทำให้สามารถวินิจฉัยโรคของลำไส้ใหญ่ได้ถูกต้องแม่นยำขึ้น เช่น เนื้องอกในลำไส้ใหญ่ แผลในลำไส้ใหญ่ สามารถหาสาเหตุของเลือดออกในลำไส้ใหญ่ได้ และสามารถตัดชิ้นเนื้อที่ผิดปกติออกมาตรวจได้ นอกจากนี้เรายังใช้เครื่องมือนี้ในการรักษาโรคบางอย่างได้ เช่น การตัดเอาเนื้องอกที่มีลักษณะเป็นติ่งเนื้อที่ยื่นเข้ามาในลำไส้ใหญ่ โดยไม่ต้องทำการผ่าตัดทางหน้าท้องเหมือนปกติ
 
ข้อบ่งชี้
1. พบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูก หรือท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
2. ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจจะเป็นสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
3. เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก
4. พบว่ามีการแน่นอึดอัดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้องร่วมด้วย
5. พบก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
6. ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักโดยการส่องกล้องทุกๆ 3-5 ปี
 
สิ่งที่ตรวจพบจากการส่องกล้อง
1. ริดสีดวงทวาร
2. ลำไส้อักเสบ
3. ติ่งเนื้อ
4. ถุงโป่งจากลำไส้ใหญ่
5. เนื้องอก
 
การเตรียมตัวก่อนตรวจการตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด (Colonoscopy)
1. ให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย 3 วันก่อนตรวจ งดรับประทานผัก ผลไม้และอาหารที่มีเส้นใย
2. รับประทานยาระบายให้ตรงตามจำนวน และเวลา ตามที่แพทย์สั่ง
3. ควรดื่มน้ำ 1 แก้วทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ
4. คืนวันก่อนตรวจ งดอาหาร และน้ำดื่ม จนกว่าจะทำการตรวจ
5. ควรมีญาติมาด้วย ในบางรายแพทย์อาจให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ เพื่อที่จะไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ
6. ในกรณีตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย และทวารหนัก (Sigmoidoscopy) ให้สวนอุจจาระเช้าวันก่อนตรวจ
 
 
ขั้นตอนในการตรวจ
ผู้ถูกตรวจนอนตะแคงซ้าย ก้นชิดริมเตียง งอเข่าชิดอก คลุมด้วยผ้าสะอาด มีช่องเปิดที่ก้น แพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทางทวารหนัก และเป่าลมเพื่อให้ลำไส้ขยาย เมื่อพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา ขณะตรวจอาจรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระหรือแน่นอึดอัดท้อง เนื่องจากแพทย์เป่าลมให้ลำไส้ขยาย เพื่อดูพยาธิสภาพภายใน อาการเหล่านี้จะบรรเทาได้โดยปฏิบัติดังนี้
หายใจช้าๆ สูดลมหายใจเข้า-ออก
ปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็ง
ถ้าแน่นอึดอัดท้องมากจนทนไม่ไหว ให้รายงานแพทย์ แพทย์จะดูดลมออกให้
ห้ามดิ้นโดยเด็ดขาด
 
อาการที่อาจพบได้ภายหลังการตรวจ
แน่นอึดอัดท้อง จะทุเลาลง เมื่อได้ผายลม
เจ็บบริเวณท้องน้อย หรือทวารหนัก อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ทุเลาลง และหายไป
การปฏิบัติตัวภายหลังการตรวจ
ให้สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย ถ้ามีเลือดออกมากผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์
รายที่ได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ โดยผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ ห้ามขับรถหรือทำงาน เกี่ยวกับเครื่องจักร หรืองานที่ต้องใช้การตัดสินใจอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
หลังการตรวจหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
 
 
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง 4

27 สิงหาคม 2556 2.727

ระยะที่ 4 คือ อาการเดินตัวโยกครับ เมื่อการงอเข่า ทำให้ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมปวดเข่ามากเวลาเดิน ผู้ป่วยจึงพยายามหลีกเลี่ยงการงอเข่าครับโดยเดินเข่าเหยียดตรงแล้วพยายามยกสะโพกหรือเอียงตัวไปมาแทนเพื่อให้เท้าลอยพ้นพื้นตลอดเวลาที่เดินอยู่

10 กลยุทธ์ปกป้องหัวใจรับวาเลนไทน์

4 กุมภาพันธ์ 2561 1.626

เมื่อวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรักเวียนมาอีกครั้ง ไม่เพียงแต่การดูแลหัวใจตัวเองที่สำคัญ แต่การดูแลหัวใจคนข้าง ๆ ที่รักให้แข็งแรงก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการดูแลหัวใจให้ห่างไกลโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aortic Aneurysm) เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจ

ปวดหลัง

6 มิถุนายน 2556 1.786

ปวดหลังเป็นปัญหาที่พบบ่อยในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายได้ด้วยการนอนพัก หรือการใช้ยาร่วมด้วย มีบางส่วนที่มีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ