โพสต์ 18 ก.พ. 57 ปรับปรุง 22 พ.ค. 57 1,267 Views

การส่งเสริมฟุตบอลในวัยเด็ก

การส่งเสริมฟุตบอลในวัยเด็ก

    ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลยุวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่เดินทางไปร่วมแข่งขันรายการฟุตบอลไซตามะ ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนที่แล้วภายใต้การนำทีม คุณวัชร วัชรพล “จูเนียร์” และโค้ชผู้ฝึกสอน อดุลย์ รุ่งเรือง ที่สามารถคว้าอันดับที่ 3 ของการแข่งขันที่มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันถึง 40 ทีมจากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นมหกรรมฟุตบอลยุวชนที่ยิ่งใหญ่ที่เดี่ยวและการที่เด็กไทยของเราไปคว้าอันดับที่ 3 มานั้น ทางคอลัมน์ของเราขอบันทึกชื่อน้อง ๆ ทุกคนที่เป็นผู้เล่นทั้ง 17 คน เพื่อเป็นเกียรติประวัติ และขอให้ท่านผู้อ่านได้กรุณาจดจำชื่อและติดตามผู้เล่นเหล่านี้ ซึ่งผมคิดว่าเมื่อเขาเหล่านี้เติบโตขึ้นไปเป็นเยาวชนหรือเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในอนาคต คงจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

รายนามผู้เล่นยุวชนทีมชาติไทย ที่ร่วมแข่งขันไซตามะคัพ 2006

   สหรัฐ ควรประมูล, ชิตชนะ ทักษิณพิลา, อัครชัย สมาตั้งเจริญ, ชิติสรรค์ ณ บางช้าง, เชาว์ มิ่งทะเล, สุพรรณทองสงค์, จิระพงษ์ ทองงาม, องอาจ ภมรประเสริฐ, อภิศร ภูมิชาติ, ติณณ์ วุฒิธรรม, วิทยา เนียมหอม, เอกภพ แสนสระ, กษิเดช เวทยาวงศ์, กิตติศักดิ์ โยธิน, อนุญ ณะพิบูลย์, พรชัย เชื้อผู้ดี, นฤบดินทร์ จีรวัฒโนม

ข้อคิดสำหรับน้อง ๆ ยุวชนทีมชาติไทยชุดนี้และยุวชนที่นิผมชมชอบการเล่นฟุตบอล

   น้อง ๆ ทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่า การที่เราเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้แล้วได้รับชัยชนะในตำแหน่งที่ 3 ได้นั้นเกิดจากการทุ่มเท ร่วมแรงร่วใจของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีม โค้ชผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีม ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองของน้อง ๆ ทุกคน และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปภัมภ์ ที่มีส่วนร่วมมือกันผลักดันและสนับสนุนจนประสพความสำเร็จมาในระดับนี้ แต่ที่สำคัญที่สุดคงเป็นน้องๆ นักเตะทุกคนที่ได้ร่วมฝึกซ้อมมาเป็นเวลานานและเมื่อเข้าร่วมการแข่งขันก็แสดงฝีเท้าออกมาได้ดี ดังนั้นหากน้อง ๆ หรือคุณพ่อคุณแม่ผู้ปรกครองของน้อง ๆ ยุวชนทีมชาติไทยชุดนี้ หรือยุวชนที่ชอบเล่นฟุตบอล ได้มีโอกาสอ่านคอลัมน์นี้ ขอให้ถามตนเองว่า

การที่ทีมประสพความสำเร็จได้ที่ 3 เพราะเหตุอะไรบ้าง ? คำถามนั้นอาจจะยากไปสำหรับน้อง ๆ ที่จะตอบ แต่อยากจะขอให้ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ผู้ปกครองลองไล่เรียงถามน้อง ๆ ว่าการที่ทีม หรือผู้เล่นฟุตบอลจะเก่งและเอาชนะคนอื่นได้นั้นจะต้องทำอะไรบ้าง ?
การฝึกซ้อมในแต่ละวันเป็นเวลาแรมเดือน โค้ชและผู้ช่วยต่าง ๆ ได้สอนอะไรเราบ้าง ? การสอนแต่ละอย่างมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ? คำถามข้อนี้อาจจะยากอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่าโค้ชและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนต่าง ๆ ในทีมทุกระดับควรจะอธิบายหลักการทางวิชาการซึ่งเป็นเหตุและผลอยู่แล้วซึ่งผมเชื่อว่าทั้งโค้ชและผู้ช่วยทราบดีอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ท่านที่ผมสังเกตุดู เรามักไม่ค่อยได้บอกผู้เล่นเท่าใดนัก

   การฝึกซ้อมแต่ละครั้ง น้อง ๆ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ? มีการเตรียมเสื้อกางเกง รองเท้า ถุงเท้า สนับแข้ง และอุปกรณ์อื่น ๆ ล่วงหน้า สำหรับการซ้อมแต่ละครั้งหรือไม่ ? การนัดหมายเวลาหรือการตรงต่อเวลา น้อง ๆ ต้องปรับปรุงตัวเองหรือไม่ ? มีการเตรียมตัวสำหรับการชดเชยน้ำเข้าสู่ร่างกายล่วงหน้าหรือไม่ ? เพราะเมื่อมีการฝึกซ้อม น้อง ๆ จะต้องเหนื่อยและเสียเหงื่อออกจากร่างกายเป็นจำนวนมาก

   การฝึกซ้อมจะประกอบไปด้วย การอบอุ่นร่างกาย (WARM UP) / การยืดกล้ามเนื้อและเอ็น (STRETCHING) / การฝึกทักษะการเล่นฟุตบอล (TECHNICAL SKILL) วิธีต่าง ๆ / การซ้อมเพื่อความฟิต (FITNESS) ของร่างกายซึ่งจะเป็นทั้งทางด้านแอโรบิค (AEROBIC FITNESS) และทางระบบกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเล่นฟุตบอล (MUSCLE FITNESS) / การฝึกแบบทีมเวิรค์ (TEAM WORK) และแทคติค (TACTICS) ของการเล่นฟุตบอลเป็นทีม / และสุดท้ายตามด้วยการคูลดาวน์ (COOL DOWN) และการคลายกล้ามเนื้อ ก่อนที่จะมีการพูดคุยอบรมโดยผู้จัดการทีม ซึ่งคงไม่พ้นเรื่องการให้ทุก ๆ คนมีความตั้งใจในการฝึกซ้อม และการดูแลร่างกายตนเองโดยต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ไม่ควรเข้านอนดึก ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โค้ชและผู้ฝึกสอนควรจะได้ อธิบายเหตุผลของการฝึกแต่ะละอย่าง ให้แก่น้อง ๆ เพื่อจะได้ค่อย ๆ จดจำ ไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะผมเชื่อว่าน้อง ๆ ในวัยขนาดนี้เป็นต้นไปมีความอยากรู้ การที่ทำให้ผู้เล่นทุกคนเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการฝึกซ้อม จะทำให้เด็ก ๆ มีการพัฒนาการทางความคิด สมองได้รับการพัฒนาให้รู้จักคิด และที่สำคัญต้องฝึกให้เด็ก ๆ ได้พูดแสดงความคิดเห็นที่เป็นเหตุเป็นผล ผมเชื่อว่าเราจะได้นักเตะที่มีทักษะ มีไหวพริบและมีความเข้าใจในฟุตบอลได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

   การไปร่วมแข่งขันในต่างประเทศ น้อง ๆ จะเห็นรูปร่างที่สูงใหญ่ของผู้เล่นทีมอื่น ๆ น้อง ๆ คงเห็นฝีเท้าของนักเตะที่มีรูปร่างสูงใหญ่และมีทักษะฟุตบอลที่ดีแล้วเวลาเล่นกับทีมเรา น้อง ๆมีความรู้สึกอย่างไร ? น้อง ๆ อยากมีรูปร่างสูงใหญ่หรือไม่ ? ถ้าอยากมีรูปร่างสูงใหญ่ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ? อาหารการกินที่ดีเป็นอย่างไร ? นอนดึกมีผลอย่างไรเกี่ยวกับการเจริญเติบโต ? สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น้อง ๆ ลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองหรือโค้ชว่าน้อง ๆ มีความตั้งใจจะให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ? ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยที่น้อง ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย?

   การเล่าเรียนหนังสือของน้อง ๆ แต่ละคนมีปัญหาหรือไม่ ? น้อง ๆ ได้เป็นนักเตะยุวชนทีมชาติ ต้องมาฝึกซ้อมฟุตบอล ต้องไปแข่งขัน ทุกคนมีความภูมิใจ คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองมีความภูมิใจ แต่น้อง ๆ ก็จะขาดการเรียน การศึกษาที่คุณครูที่โรงเรียนสอนเพื่อน ๆ อยู่ในขณะที่น้อง ๆ นักเตะต้องไปทำหน้าที่อื่น น้อง ๆ ต้องรู้จักหน้าที่และรู้จักที่จะหาทางชดเชยการเรียนการสอนที่เราได้น้อยไปกว่าเพื่อน ๆ คนอื่น อย่าคิดว่าไม่ต้องเรียนเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่นเป็นสิ่งที่ดี ต้องคิดว่า เราได้ในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้แล้ว ทำอย่างไรจึงจะทำให้เรามีความรู้ในวิชาที่เราขาดไปเท่ากับคนที่เรียนเต็มเวลา

   นอกจากนี้ ผมขอประชาสัมพันธ์ให้กับคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่เป็นโต้โผ จัดฟุตบอลยุวชน อายุ 10 ปี 12 ปี และ 14 ปี อยู่ในขณะนี้ที่สนามมีสุวรรณ ของคุณสุนทร มีสุวรรณ ซึ่งจะมีการแข่งขันทุกวันเสาร์ไปอีก 9 สัปดาห์ คุณกิตติรัตน์ ใช้วิธีการเชิญทีมโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งต้องไม่ใช่ตัวผู้เล่นที่ส่งแข่งขันในรายการหลัก นักฟุตบอล นักเรียนเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีฝีเท้าระดับรอง ๆ ลงไปของทีมโรงเรียนของเขา ซึ่งนักเตะเหล่านี้จะไม่มีสนามที่จะเป็นที่ประลองฝีเท้า นับเป็นการสนับสนุนการเล่นฟุตบอลในเด็กอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งฝีเท้ายังไม่เป็นเลิศในโรงเรียนนั้น ๆ ถ้าหากท่านผู้อ่านท่านใดสนใจก็เชิญไปดูเด็ก ๆ เหล่านี้แข่งขันกันได้นะครับ สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

182 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือดกำเดาไหล

28 สิงหาคม 2556 2.739

ส่วนใหญ่เลือดกำเดาไหลมักเกิดในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่มักเกิดในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกพลอยแห้งและตกสะเก็ดตามไปด้วย เมื่อสะเก็ดถูกแคะแกะเกา

การดูแลฟัน : วัยประถมศึกษา

19 กุมภาพันธ์ 2557 781

เมื่อลูกอายุ 7 ปีขึ้นไป เด็กจะเริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ เด็กในวัยนี้ จะมีฟันผสมคือ มีทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ จนกระทั่งถึงอายุประมาณ 12 - 13 ปีขึ้นไป จึงจะเหลือเฉพาะฟันแท้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เป็นภาระของครูและโรงเรียนเป็นอันขาด จึงควรดูแลฟันลูกต่อไปดังนี้

การปฏิบัติตนของคุณแม่ก่อนคลอด และหลังคลอด

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.047

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ต้องดูแล และเอาใจใส่สุขภาพของตนมากเป็นพิเศษ การฝากครรภ์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้ท่าน และทารกปลอดภัยจากโรคบางชนิด ส่วนการปฏิบัติตนของคุณแม่ในระยะตั้งครรภ์ มีดังนี้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ