โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,749 Views

การสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกาย

การสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกาย

ตามที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 60 % ซึ่งการออกกำลังกายจะมีการสูญเสียน้ำออกไปทางเหงื่อ ซึ่งถ้าหากร่างกายคนเราสูญเสียน้ำมากไป ก็จะทำให้สมรรถภาพของร่างกายลดต่ำลง และถ้าสูญเสียไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้น้ำเข้าไปชดเชยเลย ร่างกายจะมีอันตรายได้

ในร่างกายของคนเรามีน้ำสำรองอยู่ประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ซึ่งหมายความว่า ถ้าคนเราเสียน้ำออกไป โดยไม่ได้รับน้ำชดเชยเข้าไปเลยจำนวน 2 % ของน้ำหนักตัว ร่างกายจะมีสมรรถภาพเหมือนเดิม สำหรับท่านที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม 2% ของน้ำหนักตัว จะเท่ากับ 1 กิโลกรัม หรือเท่ากับน้ำ 1 ลิตร ตามปกติในบ้านเราอากาศร้อน การออกกำลังกายใน 1 ชั่วโมง อาจเสียน้ำออกจากร่างกายมากกว่า 2 ลิตร ซึ่งเกินปริมาณน้ำสำรองของร่างกาย ดังนั้นร่างกายจะต้องได้รับน้ำชดเชย เพื่อให้มีสมรรถภาพทางกายคงเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่า ร่างกายของคนเรา เสียน้ำออกไปเท่าใด ในการออกกำลังกายทุกครั้ง ถ้าหากเป็นการศึกษาวิจัย สามารถที่จะวัดและคำนวณได้ในห้องทดลอง แต่ในภาคปฏิบัติ เราอาจอาศัยความกระหายน้ำเป็นเครื่องบอกอย่างหนึ่งว่าร่างกายขาดน้ำ แต่การชดเชยคงจะต้องค่อยๆ กระทำ ไม่ใช่ดื่มน้ำทีเดียวจนหมดความกระหาย และมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยมีปริมาณความหนัก ความบ่อย และความนาน เท่าๆ กันทุกวัน ท่านควรสังเกตว่าในแต่ละวันที่ท่านออกกำลังกาย ท่านต้องรับประทานน้ำเพียงใด ท่านจึงรู้สึกหมดความกระหาย หากท่านทราบจำนวนโดยประมาณแล้ว เพื่อให้สมรรถภาพของร่างกายในการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาไม่ลดลง ท่านควรดื่มน้ำหนึ่งในสี่ ของจำนวนนั้นๆ ก่อนล่วงหน้าจะเล่นกีฬา 1 ชม. ที่เหลือดื่มระหว่างเล่นกีฬาอีก 75% เชื่อว่าจะทำให้ท่านสดชื่น ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลดไขมันสำหรับผู้หญิง

17 กุมภาพันธ์ 2557 2.643

ผู้หญิงจะมีการสะสมไขมันมากกว่าผู้ชาย ก็เพราะสาเหตุมาจากหน้าที่ของฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ที่จำเป็นจะต้องสะสมไขมัน ไว้ตามอก สะโพก ก้น ต้นขา หน้าท้อง ก็เพราะเป็นลักษณะทางกายภาพ

โรคเบาหวานในยุคจีโนมิกส์

15 กุมภาพันธ์ 2557 960

รายงานการศึกษาจาก Joslin Diabetes Center และ Harvard Medical School ค้นพบตำแหน่งบนโครโมโซม และยีนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดคิดว่าเบต้าเซลล์ของตับอ่อนเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเกิดการทำลายเบต้าเซลล์ ซึ่งเซลล์ดังกล่าวมีหน้าที่สำคัญในการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน โดยในระยะแรกจะเกิดภาวะที่เรียกว่า insulitis ต่อมาก็จะกลายเป็นโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่ง หรือที่เรียกว่า โรคเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลินปัจจุบันในประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่หนึ่งประมาณหนึ่งล้านคน

การเอ๊กซเรย์ฟัน

6 มิถุนายน 2556 3.353

ในกรณีที่ทันตแพทย์ ไม่อาจมองเห็นพยาธิสภาพบริเวณปลายรากฟัน หรือรอยผุบริเวณด้านประชิดของฟัน หรือกระดูกรองรับฟันและขากรรไกร ทันตแพทย์จำเป็นต้องใช้ภาพรังสี หรือที่เราคุ้นเคยกันว่าภาพเอ๊กซเรย์

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ