โพสต์ 17 ก.พ. 57 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 1,316 Views

การสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกาย

การสูญเสียน้ำขณะออกกำลังกาย

ตามที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 60 % ซึ่งการออกกำลังกายจะมีการสูญเสียน้ำออกไปทางเหงื่อ ซึ่งถ้าหากร่างกายคนเราสูญเสียน้ำมากไป ก็จะทำให้สมรรถภาพของร่างกายลดต่ำลง และถ้าสูญเสียไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้น้ำเข้าไปชดเชยเลย ร่างกายจะมีอันตรายได้

ในร่างกายของคนเรามีน้ำสำรองอยู่ประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ซึ่งหมายความว่า ถ้าคนเราเสียน้ำออกไป โดยไม่ได้รับน้ำชดเชยเข้าไปเลยจำนวน 2 % ของน้ำหนักตัว ร่างกายจะมีสมรรถภาพเหมือนเดิม สำหรับท่านที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม 2% ของน้ำหนักตัว จะเท่ากับ 1 กิโลกรัม หรือเท่ากับน้ำ 1 ลิตร ตามปกติในบ้านเราอากาศร้อน การออกกำลังกายใน 1 ชั่วโมง อาจเสียน้ำออกจากร่างกายมากกว่า 2 ลิตร ซึ่งเกินปริมาณน้ำสำรองของร่างกาย ดังนั้นร่างกายจะต้องได้รับน้ำชดเชย เพื่อให้มีสมรรถภาพทางกายคงเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่า ร่างกายของคนเรา เสียน้ำออกไปเท่าใด ในการออกกำลังกายทุกครั้ง ถ้าหากเป็นการศึกษาวิจัย สามารถที่จะวัดและคำนวณได้ในห้องทดลอง แต่ในภาคปฏิบัติ เราอาจอาศัยความกระหายน้ำเป็นเครื่องบอกอย่างหนึ่งว่าร่างกายขาดน้ำ แต่การชดเชยคงจะต้องค่อยๆ กระทำ ไม่ใช่ดื่มน้ำทีเดียวจนหมดความกระหาย และมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยมีปริมาณความหนัก ความบ่อย และความนาน เท่าๆ กันทุกวัน ท่านควรสังเกตว่าในแต่ละวันที่ท่านออกกำลังกาย ท่านต้องรับประทานน้ำเพียงใด ท่านจึงรู้สึกหมดความกระหาย หากท่านทราบจำนวนโดยประมาณแล้ว เพื่อให้สมรรถภาพของร่างกายในการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาไม่ลดลง ท่านควรดื่มน้ำหนึ่งในสี่ ของจำนวนนั้นๆ ก่อนล่วงหน้าจะเล่นกีฬา 1 ชม. ที่เหลือดื่มระหว่างเล่นกีฬาอีก 75% เชื่อว่าจะทำให้ท่านสดชื่น ตลอดระยะเวลาการออกกำลังกาย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทีวี..อันตรายใกล้ตัวลูกรัก ตอนที่ 1

20 กุมภาพันธ์ 2557 29.319

ผมได้พบเด็กจำนวนมาก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาปรึกษาด้วยเรื่องพูดช้า พัฒนาการทางภาษาช้า ไม่ค่อยทำตามสั่ง บางคนอายุ 2 -3 ขวบ แล้วแต่ยังไม่พูด หรือพูดได้เป็นคำเดี่ยวๆ นานๆ พูดครั้ง

หินปูน

6 มิถุนายน 2556 1.659

หลายคนสงสัยว่าหินปูนในปากที่เกาะอยู่บนตัวฟันเกิดขึ้นได้อย่างไร หินปูนที่เกิดขึ้นในปาก ไม่เหมือนกับหินปูนตรงส่วนอื่นของร่างกาย เพราะหินปูนนี้ เกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามตัวฟันเป็นคราบเหนียวสีขาวขุ่น

การใช้เข็มเจาะเพื่อดูดเซลไปตรวจ (FNA)

8 สิงหาคม 2556 9.902

การใช้เข็มเจาะเพื่อดูดเซลไปตรวจ หรือที่แพทย์มักเรียกย่อๆ ว่า FNA (Fine Needle Aspiration) เป็นวิธีที่แพทย์มักใช้เสมอๆ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีก้อนในตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เพื่อให้ได้เนื้อเยื่อจากก้อนนั้น ไปส่องตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ