โพสต์ 22 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 17,580 Views

การล้างไต

การล้างไต

 
imageการล้างไต เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาภาวะไตวาย ซึ่งในปัจจุบันมีการรักษาอยู่ 3
 
วิธี วิธีแรกเป็นการรักษาทั่วไป เช่น การควบคุมอาหารและการรักษาด้วยยา ส่วน
 
วิธีที่สองคือ การล้างไต ซึ่งแบ่งเป็นการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการ
 
ล้างไตทางช่องท้อง สำหรับวิธีการรักษาวิธีที่สามเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนไต

 

โรคไตวายเกิดจากการที่ไตสูญเสียหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถขับน้ำและของเสีย

ออกจากร่างกายได้

ผล ที่ตามมาที่สำคัญทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะเสียสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ นอกจากนี้ยัง
 
ทำให้เกิดการคั่งของสารยูเรีย เกิดเป็นภาวะเลือดเป็นพิษ โรคไตวายอาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ชนิด
 
เฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ไต วายเฉียบพลันเกิดขึ้นแบบชั่วคราว สามารถฟื้นกลับมา ทำหน้าที่ได้
 
อีก ผู้ป่วยหายเป็นปกติได้ ส่วนไตวายแบบเรื้อรัง พบว่าการทำงานของไตเสียอย่างถาวรimageไม่สามารถ
 
ทำหน้าที่เป็นปกติได้อีกแล้ว

โดยปกติไตทำหน้าที่กรองของเสียและขับปัสสาวะ เพื่อกำจัดน้ำ เกลือ

แร่ และสารเคมีที่ร่างกายไม่ต้องการผ่านทางท่อไตไปสู่กระเพาะปัสสาวะ นอกเหนือจากหน้าที่กำจัดของเสียแล้ว ไตยังมีหน้าที่ปรับสมดุลของน้ำและสารเคมี

สร้างฮอร์โมนที่ช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง และควบคุมความดันโลหิต
 
การล้างไต

การล้างไตเป็นการทำหน้าที่แทนไต ซึ่งไม่สามารถที่จะทดแทนหน้าที่ของไตปกติได้ทั้งหมด การ

ล้างไตสามารถทดแทนการทำงานของไตได้ 2 ประการเท่านั้น คือ การขับถ่ายของเสีย และ การ

รักษาสมดุลของกรดด่าง เกลือแร่ และน้ำ

ส่วนหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องฮอร์โมนนั้นไม่สามารถกระทำไม่ได้
 
การล้างไตทางช่องท้อง

imageวิธีนี้ใช้สายยางฝังไว้ในช่องท้องอย่างถาวร และใส่น้ำยาเข้าไปในช่อง

ท้อง เพื่อล้างเอาของเสียในเลือดออก ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำยาวันละ 4-5

ครั้ง ทุกวัน

วิธี นี้มีข้อดีที่ทำเองที่บ้านได้ แต่มีข้อเสียที่อุบัติการการติดเชื้อในช่องท้อง
สูงเมื่อทำไปนานๆ และมีการสูญเสียโปรตีนออกมาทางน้ำยามากในแต่ละ
วัน อาจเกิดภาวะขาดอาหารถ้ารับประทานอาหารไม่เพียงพอ

การล้างไตทางช่องท้องเป็น วิธีการที่ใช้น้ำยาล้างไตใส่เข้าไปในช่องท้อง โดยให้ผนังเยื่อบุช่องท้องรับหน้าที่เป็นตัวกรองฟอกเลือด แยกระหว่างส่วนของเลือดกับน้ำยาล้างไต

เนื่องจากผนัง บุช่องท้องมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบางๆ บุอยู่ภายในช่องท้อง โดยที่ช่องท้องนั้นมี

ลักษณะคล้ายถุงบรรจุอวัยวะต่างๆ ทั้งกระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ส่วนน้ำยาล้างไตที่ใส่เข้าไปนั้นก็
 
จะอยู่ในถุง ส่วนของเลือดก็คือเส้นเลือดต่างๆ ที่อยู่ตามผิวของเยื่อบุช่องท้องและลำไส้ โดยมีผนังบุช่องท้องเป็นตัวกั้นและทำหน้าที่กรอง เมื่อใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้องแล้วทิ้งไว้สักระยะ ของเสียในเลือดที่มีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำยาล้างไต ก็จะมีการแพร่กระจายผ่านเยื่อบุช่องท้องเข้ามาอยู่กับน้ำยาล้างไต ทำให้ของเสียในเลือดลดลง เมื่อถ่ายน้ำยาล้างไตออกทิ้ง ของเสียในเลือดก็จะถูกกำจัดออกไป ทำเช่นนี้ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ของเสียในเลือดก็จะลดปริมาณลง
การล้างไตทางช่องท้องimage

จะต้องให้แพทย์ทำการผ่าตัดหรือเจาะช่องท้องแล้วใส่สายยาง

ชนิดพิเศษ สำหรับใส่น้ำยาล้างไต โดยปลายสายข้างหนึ่งอยู่ในช่องท้องในตำแหน่งที่ต่ำที่สุดของช่องท้อง ปลาย อีกข้างแทงผ่านผนังหน้าท้องออกมานอกผิวหนังของผู้ป่วย ในตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าสะดือเล็กน้อย ซึ่งปลายข้างนี้แหละที่เอาไว้ใช้ต่อกับถุงน้ำยาล้างไต และถ่ายเทเอาน้ำยาที่ใช้แล้วออก

โดย วิธีกาลักน้ำ คือ ถ้าจะใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้องก็ยกถุงให้อยู่สูงกว่าช่องท้อง และเมื่อต้องการถ่ายน้ำยาออก ก็วางให้ถุงอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าช่องท้อง

การล้างไตทางช่องท้องนั้น ผู้ ป่วยสามารถทำเองที่บ้านได้ ซึ่งต้องล้างอย่างต่อเนื่องตลอด 24

ชั่วโมงทุกวัน โดยเปลี่ยนน้ำยาล้างไตในช่องท้องครั้งละ 1,500-2,000 มิลลิลิตร วันละ 4-6 ครั้ง แต่ละครั้งแช่น้ำยา ค้างไว้ในช่องท้อง 4-6 ชั่วโมง ยกเว้นครั้งสุดท้ายของวันที่น้ำยาจะถูกแช่ไว้ในช่องท้องนานกว่าปกติ เพราะต้องแช่ไว้ตลอดทั้งคืน ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า

"การล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง" หรือ CAPD (Continuous Ambulatory
 
Peritoneal Dialysis)

image

นอกจากนี้ก็ยังมีการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่อง หรือ

CCPD (Continuous Cycling Peritoneal Dialysis) ซึ่งจะเป็น เครื่องมือช่วยล้างไตในเวลากลางคืน หรือในขณะที่ผู้ป่วยนอนหลับ โดยเครื่องจะควบคุมการเปลี่ยนน้ำยาแบบอัตโนมัติ ทำให้ผู้ป่วยดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ และสามารถนอนหลับพักผ่อนในเวลากลางคืน

ได้อย่างสบายขึ้น

ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ หรือ APD (Automated

Peritoneal Dialysis)

ซึ่ง จะช่วยให้น้ำยาค้างอยู่ในช่องท้องนานที่สุด และลดเวลาในการปล่อยน้ำยาเข้าและออก จาก
 
เดิมที่ใช้วิธีกาลักน้ำ ซึ่งใช้เวลาในการปล่อยถ่ายน้ำยา และใส่น้ำยาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนมาเป็นการปล่อยน้ำยาด้วยเครื่อง ขณะเดียวกันก็ยังเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วย เพราะไม่ต้องแขวนถุงน้ำยา เนื่องจากเครื่องไม่ได้ใช้แรงโน้มถ่วงของโลกในการปล่อยน้ำยาเข้า-ออก
imageการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

การฟอกเลือด (Hemodialysis) หมายถึงนำเลือดออกจากร่างกายผู้

ป่วยไตวายเรื้อรัง ผ่านเข้าเครื่องไตเทียม

แล้ว ให้เครื่องทำการฟอกเลือดเหมือนกับไตที่ทำหน้าที่ตามปกติ เมื่อ
 
เครื่องไตเทียมทำหน้าที่ฟอกเลือดแล้ว จึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยในระบบที่ปราศจากการปนเปื้อน เครื่องฟอกเลือดหรือเครื่องไตเทียม ใช้ตัวกรองช่วยทำให้เลือดสะอาด อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนของเสีย เกลือแร่ ระหว่างเลือดกับน้ำยาฟอกเลือด ในขณะที่เลือดไหลผ่านตัวกรอง ซึ่งมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ เหมือนหลอดเลือดฝอยที่มีรูขนาดเล็กมากๆ อยู่ที่ผนังของหลอด และมีน้ำยาฟอกเลือดไหลผ่านอยู่ด้านนอก เลือดของเสียที่มีระดับสูงในเลือดจะเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรองเข้าไปอยู่ใน น้ำยาฟอกเลือด ทำให้ระดับของเสียในเลือดลดลง ส่วนน้ำและเกลือแร่จะมีการเคลื่อนผ่านผนังของตัวกรอง ทำให้ระดับของเกลือแร่และดุลของสารน้ำในร่างกายเป็นปกติ
 
วิธีการฟอกเลือด
 
เริ่มต้นโดย แทงเข็มเข้าสู่เส้นเลือดพิเศษที่ต้องเตรียมไว้ก่อน ส่วนใหญ่นิยมใช้เส้นเลือดที่บริเวณแขน หลังจากที่ได้แทงเข็มเรียบร้อยแล้ว จึงต่อเข้ากับท่อเพื่อนำเลือดไปยังตัวกรอง เมื่อเลือดผ่านไปยังตัวกรอง ซึ่งมีลักษณะทรงกระบอกและมีเส้นใยเล็กๆ อยู่ภายใน ที่บริเวณตัวกรองนี้ เลือด
image
ของ ผู้ป่วยจะมีการแลกเปลี่ยนสารกับยาชนิดพิเศษโดยสารที่มีความเข้มข้นภายในร่าง กาย ได้แก่ ของเสียต่างๆ เคลื่อนที่ไปยังน้ำยา และเกิดการแลกเปลี่ยนของเกลือแร่ต่างๆ จนเข้าสู่ภาวะสมดุล เยื่อกรองในตัวกรองสร้างจากสารสังเคราะห์พิเศษ ซึ่งทำให้เม็ดเลือดต่างๆ รวมทั้งโปรตีนไม่เสียออกไปจากร่างกาย หลังจากที่เลือดได้ผ่านการทำให้สะอาดแล้ว รวมทั้งมีการทำให้แร่ธาตุต่างๆ สมดุลแล้ว เครื่องจะนำเลือดที่ดีกลับเข้าสู่ผู้ป่วย เพื่อให้เลือดผู้ป่วยมีความเข้มข้นของบรรดาของเสียต่างๆ ลดลง โดยทั่วไปกระบวนการฟอกเลือดใช้เวลาครั้งละ 4-5 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เนื่องจากต้องใช้เครื่องไตเทียมในการฟอกเลือดทุกครั้ง จึงต้องทำที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียม โดยมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด
 
ประโยชน์ที่ได้รับจากเครื่องไตเทียม พบ ว่าอาการอันเกิดจากการคั่งของเกลือ และของน้ำ ได้แก่ อาการบวม หอบ เหนื่อย นอนราบไม่ได้ จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ภายใน 1-2 วัน ความดันโลหิตที่เคยสูงอยู่ก่อนนั้นจะลดลงและควบคุมได้ดีขึ้น หากมีภาวะหัวใจล้มเหลว อาการจะดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 1-3 วัน อาการหอบเหนื่อย อันเกิดจากเลือดเป็นกรด จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลา 1-3 วัน ส่วนอาการอันเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ได้แก่ มึนงง สับสน ไม่รู้สติ กระตุก หรือชัก รวมทั้งอาการของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารจะดีขึ้นภายใน 2-4 วัน

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

186 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ซีบอเรีย seborrhea

16 กุมภาพันธ์ 2557 17.953

โรคผื่นผิวหนังอักเสบตรงตำแหน่งบริเวณผิวมัน (seborrheic dermatitis) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า "ซีบอเรีย" (seborrhea) มีลักษณะเป็นผื่นอักเสบ มองเห็นเป็นสีแดง บางครั้งมีขุยลอกเป็นมัน มักจะเกิดบริเวณผิวหนังที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น หัวคิ้ว ระหว่างคิ้ว ซอกจมูก ไรผม และบริเวณหลังใบหู ถ้าเป็นมากอาจพบบริเวณหน้าอกและหัวเหน่าร่วมด้วย โรคนี้พบได้บ่อยเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ อาจจะเป็นมากหรือเป็นน้อยก็ได้ และโรคนี้มักเป็นๆ หายๆ ไม่หายขาด บางคนพบว่าจะเห่อมากขึ้นในบางช่วง เช่น ในหน้าหนาว หรือช่วงที่เครียดมากๆ

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.955

เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 99 โดยใช้แผ่นแปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น ในระหว่างที่ใช้แผ่นแปะ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย โดยไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา จึงเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก ลดปัญหาการลืมทานยาเม็ด ทำให้ไม่อ้วน และช่วยลดผลกระทบต่อการทำงานของตับ นอกจากนี้เมื่อเลิกใช้ยาแล้วจะมีการตกไข่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ทำให้มีบุตรง่าย

ให้ลูกดี...ด้วยใบดาว

20 กุมภาพันธ์ 2557 4.451

ให้ลูกดี...ด้วยใบดาว ไม่น่าเชื่อนะครับว่ากระดาษใบเดียวเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กได้ มันคือ "ใบดาว" (Star charts) นั่นเองครับ ใบดาวเป็นตัวอย่างของการให้รางวัลอย่างเป็นระบบ เด็กหลายๆ คนมีพฤติกรรมดีเกิดขึ้น เช่น ตกลงกับเด็กว่าถ้ามีพฤติกรรมดีที่พ่อ-แม่ต้องการ เช่น กินข้าวเองไม่ต้องป้อนหรือเก็บของเล่นเอง พ่อ-แม่จะให้ดาว

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ