โพสต์ 3 ส.ค. 56 ปรับปรุง 24 พ.ค. 57 5,095 Views

การผ่าตัดแก้ไข “ขาโก่ง” หรือ “ข้อเข่าโก่ง (เสื่อม)” ตอนที่ 3

การผ่าตัดแก้ไข “ขาโก่ง” หรือ “ข้อเข่าโก่ง (เสื่อม)” ตอนที่ 3

ตอนที่ 3 วิธีการผ่าตัดแก้ไขขาโก่งหรือเข่าโก่ง (หรือเสื่อม)

ผู้ป่วยมีอาการขาโก่งและมีอาการเจ็บปวดในขณะเดินจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดซึ่งได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับปัจจุบันการแก้ไขข้อเข่าโก่งให้กลับมาตรงเหมือนปกติ (Varus Knee Correction) ที่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ว่าได้ผลจริงมีเพียง 3 วิธีนี้ดังนี้

 1. การฝึกกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรงขึ้น (Active Training Muscle Exercises) โดยยังไม่ผ่าตัด

ทุกหนึ่งก้าวที่ย่างเดินกล้ามเนื้อต้นขาจะต้องผ่อนและถ่ายเทแรงจากน้ำหนักตัวมาที่กระดูกสะบ้าลงมาที่ปลายเท้าเพื่อลดแรงกระเทือนมาที่ข้อเข่าหรือผิวกระดูกอ่อนถ้ากล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแอจะทำให้แรงกระเทือนมาที่กระดูกข้อเข่ามากขึ้น  กล้ามเนื้อต้นขา (Quadricep muscles) ที่อ่อนแอมากจะไม่สามารถรับน้ำหนักตัวของเจ้าของได้เลยจึงเกิดความไม่มั่นคงในข้อเข่าเวลาเดินลงน้ำหนักจึงทำให้ข้อเข่าเบ้โก่งออกมากขึ้น ปกติคนเราเดินวันละ 5000 ถึง 8000 ก้าว แรงกระแทกที่ข้อเข่าก็จะค่อยๆทำลายกระดูกอ่อนไปทีละน้อยดังนั้นการรักษาและคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับแต่ปัญหาอยู่ที่เราจะทำให้กล้ามเนื้อต้นขากลับมาแข็งแรงให้เร็วที่สุดได้อย่างไร

การออกกำลังกายแต่ละชนิดนั้นได้ประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกันเช่นการวิ่งออกกำลังกายจะช่วยให้ปอดและหัวใจแข็งแรงแต่ข้อเข่าอาจจะพังก่อนวัยเพราะฉะนั้นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับข้อเข่าคือจะต้องกระตุ้นให้เส้นใยกล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงให้เร็วที่สุดและกระแทกข้อเข่าให้น้อยที่สุดการออกกำลังกายลักษณะนี้เรียกว่าการฝึกกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง (Active Training Muscle Exercises)ซึ่งมีรูปแบบที่เฉพาะและสามารถวัดผลความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ดีขึ้นได้การบริหารกล้ามเนื้อด้วยวิธีนี้มีความสำคัญต่อผู้ป่วยทุกช่วงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาโรคกระดูกต่างๆ

2. การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทั้งแบบเปลี่ยนเต็มข้อและครึ่งข้อ (Knee Arthroplasty)

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมขั้นสุดท้ายที่แม้จะรักษาด้วยวิธีต่างๆจนครบถ้วนแล้วก็ตามแต่อาการปวดเข่าเรื้อรังก็ไม่ทุเลาหรือมีแนวโน้มว่าจะเดินไม่ได้ผู้ป่วยที่มีความต้องการใช้งานเข่าแบบไม่หนักมากมายอะไรเช่นการเดินออกกำลังกายเบาๆ  ยิ่งข้อเข่าผุพังมากหรือยิ่งอายุเกิน 70  ปีพบว่าการผ่าตัดวิธีนี้ยิ่งได้ผลดีและคุ้มค่าที่จะเปลี่ยนเป็นข้อเข่าเทียมครับข้อเข่าเทียมที่เปลี่ยนจะมีอายุการใช้งานเพราะฉะนั้นจึงต้องใช้อย่างทะนุถนอมไม่ควรใช้ในการเล่นกีฬามากๆ หรือ หนักๆ มิเช่นนั้นข้อเทียมก็จะพังเร็วขึ้น ต้องมีการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใหม่อยู่เรื่อยๆ  และเนื่องจากข้อเข่าเทียมที่เปลี่ยนมีโอกาสติดเชื้อและอักเสบได้ง่ายกว่าข้อเข่าจริง ดังนั้นถ้าสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อในร่างกาย เช่น จะไปถอนฟันมีแผลยุงกัดเป็นหนองต้องมีการรับประทานยาป้องกันการติดเชื้อก่อนทุกครั้งครับเพื่อป้องหันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปยังข้อเข่าเทียม การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าโก่งวิธีนี้จึงไม่เหมาะกับคนอายุน้อยหรืออายุน้อยกว่า 70 ปีลงมาโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังต้องใช้งานเข่ามากๆ อยู่เว้นแต่สภาพเข่าที่พังมากถึงที่สุดแล้วจึงจะเลือกการผ่าตัดนี้เป็นวิธีสุดท้ายครับ แต่แนะนำให้ใช้วิธี การผ่าตัดดัดเข่า”  ซึ่งถ้าแก้ไขได้ทันเวลาก็จะช่วยให้ผู้ป่วยที่เข่าเสื่อมและมีขาโก่งหรือเข่าโก่งรอดพ้นจากการถูกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครับ

การรักษาข้อเข่าโก่งวิธีนี้โดยเฉพาะคนที่มีกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าไม่แข็งแรงและมุมโก่งข้อเข่าไม่มากนักจะทำให้ขาและเข่าที่โก่งกลับมาตรงได้ในระดับหนึ่งและวิธีการรักษานี้ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมหรือการผ่าตัดดัดเข่าอีกด้วยทำให้ข้อเข่าที่ได้รับการผ่าตัดฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้นและช่วยถนอมข้อเข่าหลังผ่าตัดให้เจ้าของสามารถใช้เข่าได้นานแสนนานครับ

3. การผ่าตัดดัดเข่าให้ตรงขึ้น (High Tibia Osteotomy หรือ HTO)

การผ่าตัดวิธีนี้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ทั่วโลกว่าได้ผลดีมากและเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่อายุน้อยจนถึงผู้สูงอายุโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยเข่าโก่งที่ยังต้องใช้เข่าอย่างหนักในการทำงานหรือเล่นกีฬาเพราะหลังจากผ่าตัดดัดเข่าเรียบร้อยแล้วผู้ป่วยยังคงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือวิ่งออกกำลังกายเหตุที่ยังสามารถใช้เข่าทำงานหนักได้เพราะข้อเข่าที่ผ่าตัดไม่ได้เปลี่ยนเป็นข้อเทียมแต่เป็นข้อเข่าจริงที่ถูกปรับลดแรงกระแทกจากการทำผ่าตัดทำให้เข่าตรงขึ้นครับ


การผ่าตัดดัดเข่าเป็นการแก้ไขตรงจุดที่มีการโก่งของข้อเข่าคือบริเวณกระดูกส่วนขาด้านล่างข้อเข่า (ส่วนบนของหน้าแข้ง) วิธีการผ่าตัดแบบนี้มีข้อดีคือ

  • ไม่มีการผ่าตัดเข้าไปในข้อเข่าทำให้โอกาสติดเชื้อหรือกระทบกระเทือนข้อมีน้อยกว่า
  •  
  • ไม่มีการใส่ข้อเทียมเข้าไปจึงยังคงมีข้อเข่าจริงของผู้ป่วยอยู่
  •  
  • ไม่มีการตัดทำลายกระดูกหรือเลาะกระดูกอ่อนทิ้งซึ่งแตกต่างจากการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แต่จะมีการตัดเป็นเส้นบางๆเพียงให้ผ่านกระดูกหน้าแข้งส่วนบนเพื่อแยกออกจากกันเท่านั้นโดยมีการปรับมุมให้เข่ามีรูปร่างตรงและหายโก่งก่อนจะนำมาประกบเหมือนเดิม
  •  
  • สามารถแก้ไขผลเสียที่เกิดจากเข่าโก่งที่กล่าวมาข้างต้นได้ทั้งหมด
  •  
  • สามารถปรับให้กระดูกอ่อนที่ผิวข้อเข่าฝั่งด้านในส่วนที่ดีที่ยังเหลืออยู่มาใช้งานแทนฝั่งด้านในที่สึกหรอไปแล้ว
  •  
  • เป็นการถนอมข้อเข่าของตัวเองที่ยังดีไม่ให้ถูกตัดทิ้ง 
  •  
  • หลังจากผ่าตัดและย้ายแรงกดด้วยวิธีนี้แล้วพบว่าไขกระดูกและกระดูกอ่อนที่เคยถูกทำลายจากการกดทับยังสามารถงอกฟื้นฟูกลับมาปกติเหมือนเก่าได้ครับ (Regeneration of cartilage cell and bone marrow) 

การผ่าตัด HTO มี 3 แบบต่างกันที่วิธีการยึดกระดูกเข่าที่ตัดและปรับให้ตรงอยู่นิ่งๆเพื่อให้กระดูกเชื่อมกันสมบูรณ์อย่างรวดเร็วโดยป้องกันไม่ให้เข่ากลับมาโก่งเหมือนเดิม

3.1 หลังผ่าตัดดัดกระดูกแล้วใส่เฝือกต่อ (HTO with Long Leg Cast)

ทุกหลังผ่าตัดดัดกระดูกข้อเข่าให้ตรงขึ้นจะมีการใส่เฝือกทั้งขาเพื่อรอให้กระดูกขาที่ตรงขึ้นอยู่นิ่งติดกัน หลังผ่านไปประมาณ 2 -3 เดือนกระดูกก็จะติดกันสนิท หลังถอดเฝือกจึงเริ่มเดินลงน้ำหนักได้แต่การใส่เฝือกแบบนี้มีข้อเสียตรงที่เราต้องใส่ทั้งขาคลุมเหนือเข่าทำให้งอเข่าไม่ได้ กล้ามเนื้อรอบขาก็อาจจะลีบเล็กลงไปได้มากและผู้ป่วยก็มักจะทนอยู่ในเฝือกนานๆไม่ได้จึงไม่เป็นที่นิยมแต่สามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการรักษาของวิธีที่สองและสามครับ

 3.2 การผ่าตัดดัดกระดูกโดยยึดด้วยโลหะภายในผิวหนัง (HTO with Internal Fixation) 

หลังการผ่าตัดมีการยึดดามกระดูกด้วยแผ่นโลหะและสกรูโลหะหลายตัวด้านในกระดูก

วิธีผ่าตัดแบบนี้มีข้อดีตรงที่ว่าไม่มีโลหะโผล่พ้นผิวหนังออกมาเกะกะด้านนอก แต่มีข้อด้อยที่มีแผ่นโลหะและสกรูยึดตรึงอยู่ที่กระดูกของผู้ป่วยไปตลอด อย่างไรก็ตามถ้าจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในเข่าข้างนี้อีกหลายปีต่อมาแพทย์จะต้องเอาแผ่นโลหะและสกรูทั้งหมดออกก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้เนื่องจากแนวโลหะที่ค้างอยู่จะชนกันกับวัสดุข้อเทียมที่จะใส่เข้าไปใหม่ในกระดูกซึ่งอาจใช้เวลาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมนานขึ้นเนื่องจากจะต้องเสียเวลาเอาโลหะเดิมออกก่อน

3.3 การผ่าตัดดัดกระดูกโดยยึดด้วยโลหะภายนอกผิวหนัง (HTO with External Fixator)

เทคนิคนี้คือการใช้เข็มสว่านเล็กๆ (Drill) เจาะผ่านผิวหนังบริเวณด้านล่างของข้อเข่าเพื่อทำให้เกิดรอยโค้งเรียงติดกันเพื่อที่แพทย์จะได้ดัดกระดูกเข่าให้กระดูกเเยกออกจากกันเเละปรับให้เข่ากลับมาตรงจากนั้นจึงยึดกระดูกด้วยหมุด (Pin) ที่มีรูปร่างเหมือนเข็มเจาะทะลุกระดูกจากด้านนอกผิวหนัง 4 ตัว ก่อนจะยึด Pin ทั้งหมดนี้ด้วยโลหะรูปร่างทรงกระบอกขนาดใหญ่ด้านนอกผิวหนังโดยซ่อนอยู่ในหว่างขาทำให้กระดูกอยู่นิ่งจนเชื่อมยึดติดกันแข็งแรง

เมื่อกระดูกข้อเข่าที่ยืดตรงขึ้นติดกันเเข็งแรงดีตามเวลาที่ครบกำหนดแล้วแพทย์ก็สามารถถอดโลหะจากภายนอกได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเพิ่มเติมทำให้ไม่มีโลหะเหลือค้างอยู่ในร่างกายเเม้เเต่ชิ้นเดียวแต่ข้อด้อยของเทคนิคนี้ก็คือผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สะดวกตรงที่มีโลหะขนาดใหญ่เกะกะด้านนอกชั่วคราวประมาณ 6-8 สัปดาห์และต้องดูแลความสะอาดของโลหะที่อยู่ด้านนอกอย่างดีครับ

การเลือกวิธีหนึ่งวิธีใดนั้นโดยเฉพาะการผ่าตัดใช้วัสดุภายในหรือการยึดตรึงกระดูกโดยใช้เหล็กจากภายนอกมีข้อบ่งชี้ที่อาจจะแตกต่างกันจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องปรึกษากับแพทย์เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมสำหรับการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

28 บทความ

ผู้ประพันธ์
Author

นพ. สุทร บวรรัตนเวช

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

3 บทความ

ที่ปรึกษา

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาทโรคร้าย!! รักษาผิด-มีสิทธิ์เจ็บตัวฟรี

5 สิงหาคม 2556 41.855

อาการปวดตามบ่า ไหล่ สะโพก ปวดร้าวถึงปลามือ ปลายขาบางรายชาที่ปลายมือปลายเท้าด้วย ทุกข์ทรมานแนสาหัสอาการเหล่านี้ทางการแพทย์เรียกว่า “โรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท”

ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง

21 สิงหาคม 2556 14.172

โรคไตวายเรื้อรังมีหลายระยะ ระยะเริ่มแรกอาการจะน้อยมาก แต่เมื่อเป็นจนถึงระยะปานกลาง และระยะรุนแรง อาการจะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

ต้อกระจก

15 กุมภาพันธ์ 2557 1.924

ต้อกระจกคือ สภาวะของแก้วตา หรือเลนส์ในลูกตา ไม่ใสเหมือนเดิม อาจจะขุ่นมัว มีผลทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเสื่อมสภาพตามวัย นอกจากนี้อาจมีสาเหตุมาจากการกระทบกระแทก การได้รับอุบัติเหตุที่บริเวณตา หรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และมีผลมาที่บริเวณตา เช่น เบาหวาน เป็นต้น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ