โพสต์ 19 ก.พ. 57 ปรับปรุง 20 ก.ย. 61 10,173 Views

การทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ (ตอนที่ 1)

การทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ (ตอนที่ 1)

     เสาร์นี้ผมขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งนำเสนอโดย นายแพทย์สมชาย ลี่ทองอิน รักษาการผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมวิชาการเกี่ยวกับ “การรับรองคุณภาพโรงพยาบาล” ครั้งที่ 7 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุมาพูดคุยกัน และมีการนำเสนอว่า “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สูงอายุท่านนั้น มีสมรรถภาพทางกายเพื่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ดีเพียงใด?

ผู้สูงอายุหมายถึงใคร?

     มีคำจำกัดความและมีข้อถกเถียงออกมามากมายว่าผู้สูงอายุ หมายถึง กลุ่มคนอายุเท่าใดกันแน่ บางประเทศบอกว่าต้องเกิน 60 ปี บางประเทศบอกว่า 65 ปี ขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันในประเทศไทยเราพออนุโลมตัวเลขที่ 60 ปี ขึ้นไป แต่ตัวเลขเหล่านี้จะไม่อยู่นิ่งนะครับ เพราะปัจจุบันคนเราจะมีอายุยืนยาวมากขึ้น มีการดูแลสุขภาพตนเองได้ดียิ่งขึ้น ในอนาคตอาจต้องอายุเกิน 70 ปี จึงจะเรียกผู้สูงอายุก็ได้ จากข้อมูลล่าสุดของประเทศไทยพบว่าเรามีผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) จำนวน 6.3 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขของประเทศต่อไปในอนาคต

ทำไมต้องทดสอบ ?

     หากคนเราไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรด้วยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บทุกคนจะต้องเป็นผู้สูงอายุแน่ๆ ในอนาคตหรือในบ้านของท่านขณะนี้ก็มีผู้สูงอายุอยู่แล้ว ซึ่งการดูแลสุขภาพพื้นฐานไม่ว่าท่านมีอายุเท่าใดก็ต้องทำกันอยู่แล้ว ตามหลัก 6 อ.อ่างที่ผมเคยให้เอาไว้แล้ว (อย่าอ้วน / อาหารครบหมู่ / ออกกำลังกายสม่ำเสมอ / อย่ารับสารอันตรายเข้าร่างกาย /อย่าอดนอน / เช็คอัพร่างกายเป็นประจำ) ดังนั้นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทำให้สมรรถภาพทางกายของท่านมีความฟิตในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ ความฟิตของระบบหัวใจ (Aerobic Fitness) ความฟิตของกล้ามเนื้อ (Muscular Fitness) และความฟิตของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย (Metabolic Fitness) ผู้ที่สูงอายุจะมีสมรรถภาพทางกายอยู่ในระดับใดนั้น เขามีวิธีการทดสอบที่ทำได้ง่าย ๆ ท่านสามารถที่จะทำเองก็ได้ หรือผู้ที่อยู่ในชมรมผู้สูงอายุจะได้นำไปใช้(ความฟิตของระบบหัวใจและกล้ามเนื้อ) ในชมรมก็ได้ ทั้งนี้การทดสอบแต่ละครั้ง ท่านควรเก็บข้อมูลของตนเองไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบครั้งต่อ ๆ ไป เมื่อท่านกลับไปออกกำลังกายเพิ่มขึ้นหรือทำอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น สมรรถภาพทางกายของท่านดีขึ้น ท่านก็จะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติเพราะมีการทดสอบอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากที่สะท้อนให้เห็นจากการที่ท่านปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่น การเดิน การยืน การขึ้นลงบันได การยกของ การก้มเงย ตลอดจนความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดขึ้นง่ายหรือยากเพียงใด

วิธีการทดสอบ การทดสอบมี 8 รายการดังต่อไปนี้ คือ

1. การลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ 30 วินาที (30 – Second Chair Stand)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนขา (lower body strength) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น เดินขึ้นบันได, เดิน และลุกออกจากเก้าอี้ ออกจากเรือหรือรถ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการหกล้ม

การประเมิน : จำนวนครั้งของการลุกขึ้นยืนตรงจากเก้าอี้ ภายใน 30 วินาที โดยมือทั้งสองข้างประสานกันไว้ที่หน้าอก

เกณฑ์เสี่ยง : ลุกขึ้นยืนตรงโดยไม่มีคนช่วยได้น้อยกว่า 8 ครั้ง ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง


2. งอแขนพับศอก (Arm Curl)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนแขน (Upper body strength) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานบ้าน การเป็นแม่บ้าน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยก, แบก และถือหิ้ว เช่น ของใช้, กระเป๋า และอุ้มเด็ก

การประเมิน : จำนวนครั้งของการยกน้ำหนัก โดยงอแขนพับศอกอย่างสมบูรณ์ ภายใน 30 วินาที สำหรับผู้หญิงให้มือถือน้ำหนัก 5 ปอนด์ หรือ 2.27 กิโลกรัม และผู้ชายถือน้ำหนัก 8 ปอนด์ หรือ 3.63 กิโลกรัม

เกณฑ์เสี่ยง : งอแขนพับข้อศอกได้น้อยกว่า 11 ครั้ง ในเพศหญิงและเพศชายถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง


3. เดิน 6 นาที (6-Minute Walk)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอดทน หรือพลังแอโรบิกของร่างกาย (Aerobic endurance) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากต่อความสามารถในการเดินให้ได้ระยะทาง การขึ้นบันได การจับจ่ายซื้อของ และการเดินชมทัศนียภาพเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

การประเมิน : จำนวนระยะทางเป็นหลา หรือเมตร ที่เดินได้ภายใน 6 นาที โดยเดินรอบระยะทาง 50 หลา หรือ 45.7 เมตร (5 หลา เท่ากับ 4.57 เมตร)

เกณฑ์เสี่ยง : ดินได้ระยะทางน้อยกว่า 350 หลา หรือ 319.9 เมตร ทั้งในเพศหญิง และเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

4. เดินย่ำเท้า 2 นาที (2-Minute Step Test)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอดทน หรือพลังแอโรบิกของร่างกาย (Aerobic endurance) ของร่างกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือจากการเดิน 6 นาที ที่จะใช้เมื่อมีพื้นที่จำกัด หรือสภาพอาการไม่เอื้ออำนวย

การประเมิน : จำนวนครั้งที่ยกเข่าขึ้นลงอย่างสมบูรณ์ใน 2 นาที โดยยกเข่าให้สูงถึงจุดกึ่งกลางระหว่างลูกสะบ้า (patella) กับขอบบนสุดของกระดูกสะโพก (iliac crest) จำนวนครั้งนับจากเข่าขวาที่ยกสูงขึ้นถึงจุดที่กำหนดยกขึ้น

เกณฑ์เสี่ยง : ย่ำเท้ายกเข่าได้จำนวนน้อยกว่า 65 ครั้ง ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

5. นั่งเก้าอี้ยื่นแขนแตะปลายเท้า (Chair – Sit – and – Reach)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอ่อนตัวของร่างกายส่วนล่าง (lower body flexibility) ซึ่งสำคัญมากต่อการมีท่วงท่าที่ดี แบบแผนการเดินที่ปกติและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น การลุกเข้าออกจากห้องน้ำ จากเรือหรือรถ

การประเมิน : นั่งเก้าอี้ค่อนไปด้านหน้า ขาเหยียด ค่อย ๆ ก้มเหยียดมือไปแตะปลายเท้า แล้ววัดระยะห่างจากปลายนิ้วมือถึงปลายนิ้วเท้า ถ้าระยะห่างจากปลายนิ้วมือไม่ถึงนิ้วเท้า ค่าที่ได้จะเป็นลบ ถ้าปลายนิ้วมือยืนเลยปลายนิ้วเท้าค่าที่ได้จะเป็นบวก

เกณฑ์เสี่ยง : สำหรับเพศชายระยะห่างระหว่างปลายนิ้วมือถึงปลายนิ้วเท้าเท่ากับหรือมากกว่า 4 นิ้ว (-4 นิ้ว ขึ้นไป) และในเพศหญิงระยะห่างระหว่างปลายนิ้วมือ ถึงปลายนิ้วเท้าเท่ากับหรือมากกว่า 2 นิ้ว (- 2 นิ้ว ขึ้นไป) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

     หมดเนื้อที่สำหรับวันนี้แล้วนะครับ 3 รายการทดสอบที่เหลือ ผมจะได้นำเสนอต่อในเสาร์หน้า ท่านที่อ่านบทความในวันนี้ จะเริ่มทดสอบไปเลยในสัปดาห์นี้ก็ได้นะครับ และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ท่านมีสุขภาพกายที่ดี ไม่ต้องอาศัยใครมาช่วยเหลือยามเมื่อสูงวัยขึ้น สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

180 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาหารเพื่อพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กเล็ก

5 มิถุนายน 2556 3.137

อาหารเพื่อพัฒนาการที่ดีสำหรับเด็กเล็ก ปัจจัยหลักที่มีผลต่อพัฒนาการของสมอง

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.289

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย การตรวจภายในและตรวจหาเซลล์ผิดปกติจากปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เริ่มแรก สามารถทำการรักษาได้ง่าย และเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม

ไฝ

16 กุมภาพันธ์ 2557 21.189

ไฝ (nevi) ที่ พบเห็นโดยทั่วไปอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือมาเป็นภายหลังก็ได้ ในบางรายอาจพบเห็นไฝตั้งแต่วัยเด็กก็เป็นได้ ไฝเกิดจากการรวมกลุ่มของเซลล์สร้างสี ที่เรียกว่า เมลาโนซัยต์ ซึ่งมีหน้าที่สร้างเม็ดสี เรียกว่า เมลานิน (melanin)

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ