โพสต์ 19 ก.พ. 57 ปรับปรุง 20 ก.ย. 61 10,792 Views

การทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ (ตอนที่ 1)

การทดสอบสมรรถภาพทางกายผู้สูงอายุ (ตอนที่ 1)

     เสาร์นี้ผมขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งนำเสนอโดย นายแพทย์สมชาย ลี่ทองอิน รักษาการผู้อำนวยการกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการประชุมวิชาการเกี่ยวกับ “การรับรองคุณภาพโรงพยาบาล” ครั้งที่ 7 ที่อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุมาพูดคุยกัน และมีการนำเสนอว่า “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สูงอายุท่านนั้น มีสมรรถภาพทางกายเพื่อการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ดีเพียงใด?

ผู้สูงอายุหมายถึงใคร?

     มีคำจำกัดความและมีข้อถกเถียงออกมามากมายว่าผู้สูงอายุ หมายถึง กลุ่มคนอายุเท่าใดกันแน่ บางประเทศบอกว่าต้องเกิน 60 ปี บางประเทศบอกว่า 65 ปี ขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันในประเทศไทยเราพออนุโลมตัวเลขที่ 60 ปี ขึ้นไป แต่ตัวเลขเหล่านี้จะไม่อยู่นิ่งนะครับ เพราะปัจจุบันคนเราจะมีอายุยืนยาวมากขึ้น มีการดูแลสุขภาพตนเองได้ดียิ่งขึ้น ในอนาคตอาจต้องอายุเกิน 70 ปี จึงจะเรียกผู้สูงอายุก็ได้ จากข้อมูลล่าสุดของประเทศไทยพบว่าเรามีผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) จำนวน 6.3 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขของประเทศต่อไปในอนาคต

ทำไมต้องทดสอบ ?

     หากคนเราไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรด้วยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บทุกคนจะต้องเป็นผู้สูงอายุแน่ๆ ในอนาคตหรือในบ้านของท่านขณะนี้ก็มีผู้สูงอายุอยู่แล้ว ซึ่งการดูแลสุขภาพพื้นฐานไม่ว่าท่านมีอายุเท่าใดก็ต้องทำกันอยู่แล้ว ตามหลัก 6 อ.อ่างที่ผมเคยให้เอาไว้แล้ว (อย่าอ้วน / อาหารครบหมู่ / ออกกำลังกายสม่ำเสมอ / อย่ารับสารอันตรายเข้าร่างกาย /อย่าอดนอน / เช็คอัพร่างกายเป็นประจำ) ดังนั้นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทำให้สมรรถภาพทางกายของท่านมีความฟิตในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ ความฟิตของระบบหัวใจ (Aerobic Fitness) ความฟิตของกล้ามเนื้อ (Muscular Fitness) และความฟิตของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย (Metabolic Fitness) ผู้ที่สูงอายุจะมีสมรรถภาพทางกายอยู่ในระดับใดนั้น เขามีวิธีการทดสอบที่ทำได้ง่าย ๆ ท่านสามารถที่จะทำเองก็ได้ หรือผู้ที่อยู่ในชมรมผู้สูงอายุจะได้นำไปใช้(ความฟิตของระบบหัวใจและกล้ามเนื้อ) ในชมรมก็ได้ ทั้งนี้การทดสอบแต่ละครั้ง ท่านควรเก็บข้อมูลของตนเองไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบครั้งต่อ ๆ ไป เมื่อท่านกลับไปออกกำลังกายเพิ่มขึ้นหรือทำอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น สมรรถภาพทางกายของท่านดีขึ้น ท่านก็จะได้มีกำลังใจในการปฏิบัติเพราะมีการทดสอบอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากที่สะท้อนให้เห็นจากการที่ท่านปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เช่น การเดิน การยืน การขึ้นลงบันได การยกของ การก้มเงย ตลอดจนความเหน็ดเหนื่อยที่เกิดขึ้นง่ายหรือยากเพียงใด

วิธีการทดสอบ การทดสอบมี 8 รายการดังต่อไปนี้ คือ

1. การลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ 30 วินาที (30 – Second Chair Stand)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนขา (lower body strength) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น เดินขึ้นบันได, เดิน และลุกออกจากเก้าอี้ ออกจากเรือหรือรถ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการหกล้ม

การประเมิน : จำนวนครั้งของการลุกขึ้นยืนตรงจากเก้าอี้ ภายใน 30 วินาที โดยมือทั้งสองข้างประสานกันไว้ที่หน้าอก

เกณฑ์เสี่ยง : ลุกขึ้นยืนตรงโดยไม่มีคนช่วยได้น้อยกว่า 8 ครั้ง ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง


2. งอแขนพับศอก (Arm Curl)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนแขน (Upper body strength) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานบ้าน การเป็นแม่บ้าน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยก, แบก และถือหิ้ว เช่น ของใช้, กระเป๋า และอุ้มเด็ก

การประเมิน : จำนวนครั้งของการยกน้ำหนัก โดยงอแขนพับศอกอย่างสมบูรณ์ ภายใน 30 วินาที สำหรับผู้หญิงให้มือถือน้ำหนัก 5 ปอนด์ หรือ 2.27 กิโลกรัม และผู้ชายถือน้ำหนัก 8 ปอนด์ หรือ 3.63 กิโลกรัม

เกณฑ์เสี่ยง : งอแขนพับข้อศอกได้น้อยกว่า 11 ครั้ง ในเพศหญิงและเพศชายถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง


3. เดิน 6 นาที (6-Minute Walk)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอดทน หรือพลังแอโรบิกของร่างกาย (Aerobic endurance) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากต่อความสามารถในการเดินให้ได้ระยะทาง การขึ้นบันได การจับจ่ายซื้อของ และการเดินชมทัศนียภาพเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

การประเมิน : จำนวนระยะทางเป็นหลา หรือเมตร ที่เดินได้ภายใน 6 นาที โดยเดินรอบระยะทาง 50 หลา หรือ 45.7 เมตร (5 หลา เท่ากับ 4.57 เมตร)

เกณฑ์เสี่ยง : ดินได้ระยะทางน้อยกว่า 350 หลา หรือ 319.9 เมตร ทั้งในเพศหญิง และเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

4. เดินย่ำเท้า 2 นาที (2-Minute Step Test)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอดทน หรือพลังแอโรบิกของร่างกาย (Aerobic endurance) ของร่างกายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือจากการเดิน 6 นาที ที่จะใช้เมื่อมีพื้นที่จำกัด หรือสภาพอาการไม่เอื้ออำนวย

การประเมิน : จำนวนครั้งที่ยกเข่าขึ้นลงอย่างสมบูรณ์ใน 2 นาที โดยยกเข่าให้สูงถึงจุดกึ่งกลางระหว่างลูกสะบ้า (patella) กับขอบบนสุดของกระดูกสะโพก (iliac crest) จำนวนครั้งนับจากเข่าขวาที่ยกสูงขึ้นถึงจุดที่กำหนดยกขึ้น

เกณฑ์เสี่ยง : ย่ำเท้ายกเข่าได้จำนวนน้อยกว่า 65 ครั้ง ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

5. นั่งเก้าอี้ยื่นแขนแตะปลายเท้า (Chair – Sit – and – Reach)

จุดประสงค์ : เพื่อประเมินความอ่อนตัวของร่างกายส่วนล่าง (lower body flexibility) ซึ่งสำคัญมากต่อการมีท่วงท่าที่ดี แบบแผนการเดินที่ปกติและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น การลุกเข้าออกจากห้องน้ำ จากเรือหรือรถ

การประเมิน : นั่งเก้าอี้ค่อนไปด้านหน้า ขาเหยียด ค่อย ๆ ก้มเหยียดมือไปแตะปลายเท้า แล้ววัดระยะห่างจากปลายนิ้วมือถึงปลายนิ้วเท้า ถ้าระยะห่างจากปลายนิ้วมือไม่ถึงนิ้วเท้า ค่าที่ได้จะเป็นลบ ถ้าปลายนิ้วมือยืนเลยปลายนิ้วเท้าค่าที่ได้จะเป็นบวก

เกณฑ์เสี่ยง : สำหรับเพศชายระยะห่างระหว่างปลายนิ้วมือถึงปลายนิ้วเท้าเท่ากับหรือมากกว่า 4 นิ้ว (-4 นิ้ว ขึ้นไป) และในเพศหญิงระยะห่างระหว่างปลายนิ้วมือ ถึงปลายนิ้วเท้าเท่ากับหรือมากกว่า 2 นิ้ว (- 2 นิ้ว ขึ้นไป) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง

     หมดเนื้อที่สำหรับวันนี้แล้วนะครับ 3 รายการทดสอบที่เหลือ ผมจะได้นำเสนอต่อในเสาร์หน้า ท่านที่อ่านบทความในวันนี้ จะเริ่มทดสอบไปเลยในสัปดาห์นี้ก็ได้นะครับ และอย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ท่านมีสุขภาพกายที่ดี ไม่ต้องอาศัยใครมาช่วยเหลือยามเมื่อสูงวัยขึ้น สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ

Author

นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์

ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

180 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.448

ทำไมต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เพราะท่านคงผ่านการทำงานมามากมายแล้ว และคงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า "การเตรียมตัวล่วงหน้าในการที่จะเผชิญปัญหาต่างๆ ไว้ก่อน จะทำให้แก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย" สำหรับเป้าหมายของผู้สุงอายุทกคน คงจะไม่พ้นที่ว่าต้องการชีวิตที่มีทั้งสุขภาพกายดี และสุขภาพจิตดีนั่นเอง ดังนั้นการเตรียมตัวหลักๆ คงได้แก่

อนุกรรมาธิการวิทยาศาสตร์การกีฬาวุฒิสภา

17 กุมภาพันธ์ 2557 1.250

อนุกรรมาธิการวิทยาศาสตร์การกีฬาวุฒิสภา กรรมาธิการกีฬาวุฒิสภา ที่มีคุณวรวุฒิ โรจนพานิช เป็นประธาน มีอนุกรรมาธิการสาขาต่างๆ หลายคณะ และหนึ่งในนั้นก็คือ อนุกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา

การดูแลฟัน : วัยประถมศึกษา

19 กุมภาพันธ์ 2557 1.208

เมื่อลูกอายุ 7 ปีขึ้นไป เด็กจะเริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ เด็กในวัยนี้ จะมีฟันผสมคือ มีทั้งฟันน้ำนม และฟันแท้ จนกระทั่งถึงอายุประมาณ 12 - 13 ปีขึ้นไป จึงจะเหลือเฉพาะฟันแท้ พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เป็นภาระของครูและโรงเรียนเป็นอันขาด จึงควรดูแลฟันลูกต่อไปดังนี้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ