โพสต์ 19 ก.พ. 57 ปรับปรุง 22 พ.ค. 57 2,219 Views

การดูแลฟัน : วัยเด็กเล็ก

การดูแลฟัน : วัยเด็กเล็ก

ลูกเป็นสายใยของครอบครัว เด็กยังไม่สามารถดูแลสุขภาพปากและฟันของตนเองได้ดี พ่อแม่ผู้ปกครองจึงมีภาระที่จะต้องช่วยดูแลสุขภาพปากและฟันของบุตรหลาน จนกว่าเขาจะเติบโตสามารถดูแลตนเองได้

ฉะนั้นในตอนที่หนึ่ง จะกล่าวถึงวิธีการดูแลฟันลูกตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 6 ปี

ปกติเมื่อเด็กแรกเกิดฟันจะยังไม่ขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว ร่างกายเริ่มมีการสร้างส่วนของฟันตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา ฟันน้ำนมซี่แรกที่เริ่มขึ้นก่อน คือ ฟันล่างด้านหน้า เมื่อเด็กอายุประมาณ 6 เดือน และซี่อื่น ๆ จะขึ้นตามมาเป็นระยะ จนครบ 20 ซี่ เมื่ออายุ 2 ถึง 22 ปีครึ่ง เด็กวัยนี้ถ้าเป็นโรคในช่องปาก จะมีผลกระทบกระทบกระเทือนต่อระบบโภชนาการของเด็ก เด็กจึงควรได้รับการดูแลดังนี้

เมื่อเป็นทารก ควรให้นมเป็นเวลา และควรเป็นนมแม่ ถ้าให้นมแม่ไม่ได้ จำเป็นต้องใช้นมขวดก็ไม่ควรใช้นมข้นหวาน ไม่ว่าจะเป็นนมแม่หรือนมขวด ภายหลังให้นมต้องหัดให้เด็กดูดน้ำตาม มิฉะนั้นฟันจะผุทั้งปากได้ง่าย การทำความสะอาดเมื่อฟันยังไม่ขึ้นหรือขึ้นเพียง 2 - 3 ซี่ ควรใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดปากอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เมื่อฟันขึ้นหลายซี่ นอกจากใช้ผ้าเช็ด ควรหาแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนมาก ๆ แปรงฟันให้เด็กด้วย
เมื่อฟันน้ำนมขึ้นครบแล้วหรืออายุ 2 ปี ขึ้นไป ควรจัดให้เด็กได้กินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะ เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้สด เพราะนอกจากจะได้คุณค่าต่อร่างกาย ยังทำให้ฟันทำหน้าที่บดเคี้ยวเต็มที่กระตุ้นให้ขากรรไกรและใบหน้าเจริญสมบูรณ์ ควรพยายามให้เด็กดื่มนมสดเป็นประจำ เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย และเสริมสร้างกระดูกและฟันให้สมบูรณ์ ต้องควบคุมการทำความสะอาดฟัน เพราะเด็กวัยนี้ยังไม่สามารถทำได้เองถูกต้อง และประการสุดท้ายควรพาไปหาทันตแพทย์เป็นประจำหรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่ยังไม่มีอาการใด ๆ เพราะจะสร้างความคุ้นเคย และตรวจสุขภาพช่องปากด้วย

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาหารเจ

5 มิถุนายน 2556 1.700

อาหารเจ เป็นอาหารที่บริโภคในช่วงถือศีลเจ ซึ่งเป็นเทศกาลการปฏิบัติตนทั้งทางกาย และใจไม่กินเนื้อสัตว์ เป็นเทศกาลในช่วงเดือน 9 ขึ้น 1-9 ค่ำของจีน ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี

โรคกรดไหลย้อน (โรคเกิร์ด)

2 สิงหาคม 2556 2.094

โรคกรดไหลย้อน (โรคเกิร์ด) โรคกรดไหลย้อน คือ ภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีฤทธิ์เป็นกรด(ประกอบ ด้วย กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอลิค) ไหลย้อนขึ้นไประคายต่อหลอดอาหาร

การออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์

16 กุมภาพันธ์ 2557 6.028

คนตั้งครรภ์ไม่ใช่คนป่วย แต่คนตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา ที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อ จากการที่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายจึงสามารถออกกำลังกายได้และควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สุขภาพกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใส ร่าเริง ได้

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ