โพสต์ 8 มี.ค. 56 ปรับปรุง 21 พ.ค. 57 5,957 Views

การดูแลตัวเมื่อเป็นโรคตับ

การดูแลตัวเมื่อเป็นโรคตับ

ตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญต่างๆ เช่น สร้างพลังงาน หรือสร้างสารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

เช่น น้ำดี วิตามิน สารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ขจัดสารพิษ จำพวกสารเคมี ยา หรือฮอร์โมน ผู้ป่วยโรคตับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคตับแข็ง พบได้บ่อยมากในประเทศไทย สาเหตุเกิดจากการอักเสบเรื้อรังนานๆ

ของเซลล์ตับ ทำให้เซลล์จำนวนมากถูกทำลาย ทำให้ตับที่เคยนุ่มจะมีลักษณะแข็งตัวขึ้น คนที่เป็นโรค

นี้มักจะอ่อนแอ เพราะมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้มากมาย

 

ผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคตับมักจะมีปัญหา และข้อสงสัยในการดูแลตนเอง นอกจากรับประทานยาตามที่แพทย์

สั่งสม่ำเสมอแล้ว ความจริงแล้วคำว่าโรคตับมีความหมายค่อนข้างกว้าง อาจจะหมายถึงผู้ที่เป็นพาหะ

ของโรคตับอักเสบ บี ซึ่งสภาพตับโดยทั่วไปแล้วไม่ได้แตกต่างจากคนปกติทั่วไปเท่าไรนัก ไปจนถึงผู้

ที่เป็นโรคตับแข็ง ซึ่งอาจจะมีอาการดีซ่าน บวม หรือท้องมานก็ได้ ซึ่งหมายถึงมีการเสื่อมสภาพของตับ

ไปมาก สำหรับผู้ป่วยที่เป็นตับแข็ง คงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคตับ

แอลกอฮอล์

  1. ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบผู้ที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด บี อาจจะพอ รับประทานได้บ้าง แต่ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบชนิดซีแบบเรื้อรังมีหลักฐานชัดเจนพบว่าการรับประทานแอลกอฮล์มีส่วนสัมพันธ์โดยตรงทำให้การดำเนินของโรคลุกลามเร็วขึ้น
  2. ผู้ป่วยจึงต้องงดดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันเซลล์ตับถูกทำลายมากยิ่งขึ้น

 

 

อาหาร

  1. ผู้ที่เป็นโรคตับเพียงเล็กน้อย เช่น เป็นพาหะของเชื้อไวรัส บี ผู้ป่วยเหล่านี้สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง ในผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบเฉียบพลัน การรับประทานน้ำหวานมากๆ ไม่มีรายงานว่าทำให้การดำเนินโรคดีขึ้นกว่าการไม่ได้รับประทานน้ำหวาน
  2.  
  3. ในผู้ป่วยบางรายไม่สามารถบริโภคอาหารได้เนื่องจากมีคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ในกรณีเช่นนี้การรับประทานอาหารที่ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรท พวกแป้ง และน้ำตาลเป็นหลักจะทำให้ย่อยอาหารได้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  4.  
  5. สำหรับผู้ป่วยซึ่งเริ่มมีอาการตับแข็งแล้ว อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารที่มีรสเค็มจัด เนื่องจากการรับประทานอาหารเค็มสามารถทำให้อาการบวม หรืออาการท้องมานเลวลงได้ โดยทั่วไปแล้วในผู้ป่วยที่มีอาการบวมหรือท้องมาน แพทย์จะแนะนำให้รับประทานเกลือได้ไม่เกินวันละ 2 กรัม หรือเทียบเท่ากับเกลือป่นประมาณ เศษหนึ่งส่วนสามช้อนชาต่อวันเท่านั้น
  6.  
  7. ผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งควรรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงขึ้นใหม่ไม่ควรรับประทานอาหารที่เก็บค้างคืน หรืออาหารที่ประกอบขึ้นสุกๆ ดิบๆ เช่น การลวก การย่าง เพราะบ่อยครั้งทีเดียวที่ผู้ป่วยโรคตับแข็งมาพบแพทย์ด้วยอาการติดเชื้อจากทางระบบทางเดินอาหาร ซึ่งบางครั้งสามารถเป็น รุนแรงจนเสียชีวิต ได้ผู้ป่วยซึ่งเป็นตับแข็ง และไม่มีอาการซึม หรืออาการทางสมองร่วมกับภาวะตับแข็ง ผู้ป่วยเหล่านี้ควรจำกัดปริมาณโปรตีนที่ได้จากสัตว์
  8.  
  9. สามารถเสริมโปรตีนได้ในรูปของโปรตีนจากพืช และถั่ว ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่เป็นผัก และผลไม้ให้เพียงพอเพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะท้องผูก การรับประทานอาหารเสริมที่เป็นโปรตีนที่มีกิ่ง อาจทำให้ภาวะโภชนาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้อย่างไรก็ตามอาหารเสริมดังกล่าวยังมีราคาแพง และสามารถทดแทนได้ด้วยการรับประทานโปรตีนจากพืช
  10.  
  11. ปัจจุบันยังไม่มีรายงานที่ ชัดเจนว่าอาหารเสริมต่างๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะมีประโยชน์โดยแท้จริงกับผู้ป่วยโรคตับ นอกจากการรับประทานอาหารที่ได้กล่าวแล้วการรับประทานอาหารเผ็ด หรือเปรี้ยว ไม่มีผลเสียโดยตรง
  12.  
  13. ผู้ป่วยควรเน้นการรับประทานสารอาหารประเภทโปรตีน เพื่อซ่อมแซมเซลล์ตับที่ถูกทำลาย งดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และให้รับประทานไขมันประเภทไม่อิ่มตัวแทน อาจเสริมอาหารด้วยเลซิทิน และงดอาหารเค็ม ถ้ามีอาการบวมที่เท้า หรือท้อง

 

การออกกำลัง

  1. ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง และมีอาการที่บ่งว่ามีสภาพการทำงานของตับเหลืออยู่น้อย ดีซ่าน ท้องมาน บวม ผู้ป่วยเหล่านี้ควรงดออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการเดิน หรือนั่งนานๆ ผู้ป่วยที่มีประวัติเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารไม่ควรออกกำลังที่จะต้องแบ่ง หรือเกร็งกล้ามเนื้อท้อง เช่น การยกน้ำหนัก เนื่องจากจะกระตุ้นให้เกิดความดันเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารแตกได้
  2.  
  3. ผู้ที่เป็นตับแข็งในระยะเริ่มต้นไม่มีอาการผิดปกติ สามารถออกกำลังได้ตามตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่หักโหม เช่น การวิ่งมาราธอน หรือการแข่งขันกีฬาที่ต้องแพ้ หรือชนะการออกกำลัง เช่น การเดิน วิ่งเบาๆ ดูจะเป็นการออกกำลังที่เหมาะสม
  4.  
  5. นอกจากการออกกำลังแล้ว การมีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส ก็มีความสำคัญทำให้สุขภาพโดยรวม ออกกำลังกายพอประมาณเพื่อเป็นการเพิ่มระบบภูมิต้านทาน

การพักผ่อน

บ่อยครั้งทีเดียวที่แพทย์พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบแบบเรื้อรัง หรือเป็นโรคตับแข็งที่มีอาการทั่ว

ไปๆ สบายดีมาตลอด แต่เมื่อผู้ป่วยได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอหรือตรากตรำงานมากเกินไป ทำให้

ร่างกายไม่แข็งแรงมีส่วนชักนำให้ไวรัสอักเสบเพิ่มเติมขึ้น ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการดีซ่าน

หรือบางครั้งรุนแรงจนเกิดภาวะตับวายเกิดขึ้นได้

 

ยา

  1. ระมัดระวังการรับประทานยาทุกชนิด หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์
  2. งดการใช้สารประเภทสเตียรอยด์
  3. ถึงแม้ว่าจะมีพืช อาหาร และสมุนไพรหลายอย่าง ที่อ้างว่ามีสรรพคุณป้องกันการเกิด และรักษาโรคมะเร็งตับได้ ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดีเพียงพอจะแนะนำให้ ผู้ป่วยรับประทาน นอกจากนั้นสมุนไพรบางตัวอาจมีผลข้างเคียงต่อตับได้จึงควรระมัดระวัง จากข้อมูลที่มีอยู่พอจะบอกได้ว่า การรับประทานอาหารที่ถูกต้องร่วมกับ พืชผัก และผลไม้ที่สะอาดในปริมาณที่พอเพียงจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกาย
  4. เนื่องจากยาหลายชนิดต้องถูกกำจัดโดยผ่านตับ การที่ตับมีการทำงานบกพร่อง เนื่องจากโรคต่างๆ เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง อาจทำให้มีการสะสมของยาจนเกิดโทษได้ท่านควรแจ้งให้แพทย์ทราบเสมอว่าท่านมีปัญหาโรคตับ เพื่อแพทย์จะได้เลือกยาที่ปลอดภัยให้ หรือถ้าสงสัยอาจปรึกษาแพทย์เฉพาะทางดูก่อน ผู้ที่เป็นโรคตับแข็งไม่ควรรับประทานยาลดไข้พวก Paracetamol เกินกว่าวันละ 1500 mg หรือทานติดต่อกันนานเกิน 3 วัน
  5. ผู้ที่เป็นตับแข็ง ควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดพวกที่เป็นแอสไพรินทั้งหลาย เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลงจนอาจทำให้มีการเสื่อมหน้าที่ของไต หรือไตวายได้ ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาแก้ปวดกลุ่มอื่นแทน
  6. ถึงแม้ว่าจะมีพืช อาหาร และสมุนไพรหลายอย่างที่อ้างว่ามีสรรพคุณป้องกันการเกิด และรักษาโรคตับได้ แต่ยังไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่ดีเพียงพอที่จะแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานนอกจากนั้นสมุนไพรบางตัวอาจมีผลข้างเคียงต่อตับได้ เช่น บอระเพ็ด ใบขี้เหล็ก จึงควรระมัดระวัง
  7. สมุนไพรจีน สมุนไพรไทย ที่มีผู้หวังดีต่างๆ นำมามอบให้บางอย่างราคาเป็นหมื่นเป็นแสน จะทานคู่ไปกับยาของหมอได้หรือไม่ จากประสบการณ์ของแพทย์หลายท่านที่ดูแลผู้ป่วยโรคตับเคยเห็นผู้ป่วยหลายรายอาการทรุดลง จนถึงตับวายเสียชีวิตก็มีหลังจากทานยาสมุนไพร แพทย์คงได้แต่ดูแลให้การรักษาที่ดีที่สุด ตามที่มีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ ส่วนความเชื่อต่างๆ นั้นไม่สามารถบังคับผู้ป่วยได้คงต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาดูเอง

อัลฟาฟีโตโปรตีน (Alpha feto-protein)

เป็นสารซึ่งสร้างขึ้นโดยเซลล์ตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแบ่งตัวของเซลล์ตับ เราพบสาร อัลฟาฟีโตโปรตีนสูงขึ้น ในเด็กแรกเกิด อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยซึ่งเป็นมะเร็งตับ อาจมีการเพิ่มขึ้น อัลฟาฟีโตโปรตีน ซึ่งใช้เป็นเครื่องแจ้งเตือนมะเร็งของตับได้ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบชนิดบีเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ตลอดจนผู้ที่เป็นตับแข็งไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ถือว่าเป็นประชากรที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งของตับได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามการตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้น สามารถให้การรักษาที่เหมาะสม และมีโอกาสหายขาดได้ ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคตับควรมาพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอตามแพทย์นัดและตรวจ ตามที่แพทย์เห็นสมควร

โรคตับชนิดต่างๆ

ตับมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ได้แก่ โรคตับอักเสบ โรคตับแข็ง มะเร็งตับ โรคไขมันในตับ โรคฝีในตับ โรคตับอักเสบเฉียบพลัน หมายถึงโรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2-3 สัปดาห์โดยมากไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาดจะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงกับเสียชีวิต ส่วนโรคตับอักเสบเรื้อรัง หมายถึงตับอักเสบที่เป็นนานกว่า 6 เดือนจะแบ่งเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นการอักเสบของตับแบบค่อยๆ เป็น และไม่รุนแรงแต่อย่างไรก็ตามโรคสามารถที่จะทำให้ตับมีการอักเสบมาก ชนิดที่สองมีการอักเสบของตับ และตับถูกทำลายมาก และเกิดตับแข็ง

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

174 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาเบื่อหนู

6 มิถุนายน 2556 2.579

อาจจะดูโหดร้ายไปบ้างในการใช้ยาเบื่อหนู แต่หนูเป็นพาหะของโรคหลายชนิด และยังทำความเสียหายให้กับข้าวของเครื่องใช้

เชื้อสเตร็ปโตคอคคัส ซูอิส

2 สิงหาคม 2556 8.714

กรณีชาวบ้านติดเชื้อแบคทีเรียชนิดสเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส หลังกินลาบลู่หมูดิบในงานศพ

เชื้อรา

1 สิงหาคม 2556 6.286

เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มยูคาริโอท มีบทบาทสำคัญยิ่งในระบบนิเวศในฐานะผู้ย่อยสลายอินทรีย์สาร ไม่มีคลอโรฟิลล์ สังเคราะห์แสงไม่ได้ จึงจัดเป็นพวกเฮเทอโรโทรฟ โดยส่วนใหญ่ดำรงชีวิตแบบผู้ย่อยสลาย บางชนิดเป็นพาราสิต และบางชนิดอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ