โพสต์ 17 ส.ค. 56 ปรับปรุง 7 มี.ค. 57 2,346 Views

การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 3 (The New Concepts of Knee Osteoarthritis Treatment 3)

การดูเเลรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเเนวใหม่ ตอนที่ 3 (The New Concepts of Knee Osteoarthritis Treatment 3) 

ตั้งแต่แรกเกิดจนคนเรามีอายุ 30 ปี แคลเซี่ยมซึ่งเป็นสารที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูก จะถูกดูดซึมเข้าไปสะสมภายในกระดูกทุกส่วน โดยเฉพาะกระดูกที่ใช้งานอย่างข้อเข่าของเรา ถ้าเราสามารถทานแคลเซี่ยมเข้าไป ในรูปของอาหารธรรมชาติทั่วไป เช่น นม เนย ปลาตัวเล็ก และ ยอดผักต่างๆ ในช่วงอายุระหว่างนี้ มนุษย์เราก็จะได้ประโยชน์สูงสุดครับ เพราะอัตราการดูดซึมแคลเซี่ยม จะมากกว่าการสลายออกจนร่างกายสามารถสะสมปริมาณแคลเซี่ยมในกระดูกมากพอที่จะ เหลือใช้ในยามที่เราแก่ เฒ่า ชราไป

ผมชอบเปรียบเทียบเหมือนการนำเงินไปฝากธนาคาร ในช่วงก่อนอายุ 30 ปี ที่มีแต่ฝากเข้าไม่มีการถอนออกครับ แต่หลังจากนั้น คือ เมื่อคนเราอายุ 30 ปี เราก็จะได้ความหนาแน่นของกระดูกสูงสุด ตอนนี้และครับ ที่ร่างกายจะเล่นตลกกับเรา คือ จะมีการสลายแคลเซี่ยมออกจากกระดูก เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน มากกว่าการสะสมใหม่ เหมือน กับที่เราจำเป็น ต้องถอนเงินออกจากธนาคารทุกวัน ทีละเล็กละน้อย จนกว่าจะหมด วันไหนใช้มาก ก็สลายมาก เช่น การให้นมบุตร การทำงานหนักๆ สุดท้ายก็เหมือนกับการถอนจนเงินหมดบัญชี ผลก็คือ แคลเซี่มที่เหลืออยู่ไม่พอใช้ วันนั้น ก็จะเป็นวันที่เราถูกวินิจฉัย ว่าเป็นโรคกระดูกบาง ครับ

ในยามที่เรามีโอกาสสะสมแคลเซี่ยมเข้าไปในกระดูกขณะที่เรายังเป็นเด็ก โดยการดื่มนม หรือทานอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง แต่ เราไม่ได้ใช้โอกาสสำคัญในช่วง อายุก่อน 30 ปี จึงมีผลทำให้ ปริมาณแคลเซี่ยมที่สะสมอยู่ในกระดูกไม่มากพอ บวกกับการที่ร่างกายถอนแคลเซี่ยมออกไปใช้มากๆ อย่างต่อเนื่อง โดย เฉพาะเพศแม่ ที่จะหมดฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งในวัยหมดประจำเดือน(อายุ 48-50ปี) มีผลทำให้ ไปเพิ่มอัตราการสลายแคลเซี่ยมออกจากกระดูก มากขึ้นกว่า ปกติถึง สามเท่า เพศแม่จึงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกมากกว่าเพศพ่อ โดยเฉลี่ย 2-3 เท่าครับ

แคลเซี่ยมมีความสำคัญในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างมากครับ เพราะถ้าโครงสร้างกระดูกไม่แข็งแรง ก็เปรียบเสมือนเสาคอนกรีตที่ข้างในผุกร่อน กลวงโบ๋อยู่ข้างใน โอกาสที่ข้อเข่าจะทรุด โก่งก็จะมีมากขึ้น ถึง แม้ว่า โรคข้อเข่าเสื่อม จะเป็นเรื่องของการสึกหรอที่ผิวสัมผัสกระดูกอ่อนก็ตามที่ แต่ถ้าเนื้อในที่รองรับการกระแทกของข้อเข่าบางด้วยแล้วละก็ โอกาสที่ข้อเข่าเสื่อมจะลุกลามอย่างรวดเร็วก็จะสูงกว่าคนที่มีคุณภาพกระดูก ดีกว่า

ในสมัยก่อน การสาธารณสุขของไทยเราทำพลาดมาแล้วที่คอยปลูกฝังว่า การทานอาหารครบ 5 หมู่ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทานยาบำรุงอะไรทั้งสิ้นมาเสริม ผลปรากฎว่า ผู้สูงอายุบ้านเราป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนกันมาก จน เราต้องหันหลังแนวความคิดกลับแบบ180 องศา ส่งเสริมยาบำรุงเสริมกระดูกกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่สามารถทานแคลเซี่ยมจากอาหารธรรมชาติได้ เช่น บางคนอาจจะแพ้นม หรือ ไม่ต้องการไขมันจากนม ก็ยังมียาบำรุงกระดูกเสริมเข้าไป

มีคำถามอยู่บ่อยๆที่ว่า ถ้าเราทานแคลเซี่ยมเข้าไป หลังจากมีอายุ 30 ปี จะยังมีประโยชน์หรือไม่เพราะ จากที่เราทราบมา ว่า แคลเซี่ยมไม่สามารถเข้าไปสะสมในกระดูกได้อีกหลังจากอายุ 30 ปี คำตอบก็คือ ยังมีประโยชน์อยู่มากนะครับ เพราะ แคลเซี่ยมที่เราทานเข้าไป ในแต่ละวันนั้น จะถูกนำไปใช้ ในกระบวนการเผเผลาญพลังงาน ทำให้ไม่ต้องดูดออกจากเนื้อกระดูกมากนัก บางคนอาจจะต้องใช้มากถึง วันละ 1800 มิลลิกรัม ถ้าเราไม่ทานอะไรเสริมเข้าไปในยามแก่เฒ่าก็เท่ากับ รอเป็นโรคกระดูกบางอย่างเดียวครับ

ยาบำรุงกระดูกในรูปของแคลเซี่ยมถูกพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆครับ เช่น การผสมกับ วิตามินซี หรือ ดี เพื่อช่วยในการดูดซึมและเพิ่มสารอาหาร แคลเซียม ที่เราใช้ทานนั้น ต้องอยู่ในรูปของสารประกอบ ซึ่งมีหลายชนิด มีคุณสมบัติและราคาที่แตกต่างกันไป มี แคลเซี่ยมคารบอเนต หรือ แคลเซี่ยมซิเตรด มีราคาถูก แต่ก็มีปัญหา เรื่องอัตราการดูดซึม ต่ำมากมาก(เพียง 5-10 %) แคลเซี่ยมบางชนิดมีการใช้สารธรรมชาติอื่นมาผสมในรูปของเกลือคลีเลต เช่น แคลเซี่ม แอล ธีโอเนตทำให้การดูดซึมดีขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ราคาก็ยังสูงอยู่ ผู้บริโภคก็ต้องคำนวณความคุ้มค่าให้ดีๆครับ

การทานแคลเซี่ยมจะต้องทานตอนท้องว่าง และต้องเคี้ยวก่อนทุกครั้งนะครับจะช่วยเรื่องการดูดซึมอย่างมากแคลเซี่ยมที่ละลายน้ำ หรือเป็นเม็ดไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนครับ ว่า อย่างไหนดีกว่ากัน

ตอนหน้ายังมียาใหม่ๆ อีกหลายตัว เช่น ยา ที่ช่วยทำให้คนที่อายุมากว่า 50 ปี ไม่ต้องกลัว ว่า แคลเซี่ยม จะสลายออกจากกระดูก เพราะยาตัวนี้จะไป บล้อก หรือกั้นไม่ให้มีการสลายแคลเซี่ยมออกกระดูกโดยตรงเลยครับ

ขอขอบคุณ

Author

นพ. สมศักดิ์ เหล่าวัฒนา

ศัลยแพทย์โรคกระดูก

28 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเคลือบหลุมร่องฟัน

27 กันยายน 2556 4.551

การป้องกันฟันผุในเด็กมีหลายวิธีประกอบกัน ทั้งส่วนที่ผู้ปกครองต้องช่วยกันดูแลลูกหลานที่บ้าน ได้แก่ การดูแลให้เด็กแปรงฟันหลังอาหารเช้าและก่อนนอนให้สะอาด การควบคุมการรับประทานขนมหวานให้เหมาะสม การรับประทานฟลูออไรด์เสริมตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เป็นต้น

ข้อต่อขากรรไกรทำงานผิดปกติ

27 กันยายน 2556 1.937

ความผิดปกติของข่อต่อขากรรไกร บางครั้งอาจพบว่าเกิดเมื่อกล้ามเนื้อ สำหรับการบดเคี้ยวและข้อต่อขากรรไกรล่างขาดสมดุลย์ของการทำงานซึ่งกันและกัน โรคนี้จะมีอาการเจ็บในส่วนกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวอาหาร

การผ่าตัดแก้ไข “ขาโก่ง” หรือ “ข้อเข่าโก่ง (เสื่อม)” ตอนที่ 1

3 สิงหาคม 2556 3.409

เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาปวดเข่าและมาพบแพทย์ บางครั้งแพทย์อาจทักว่าเข่าของผู้ป่วยมีรูปร่างผิดปกติหรือเข่าโก่งอย่างเห็นได้ชัดซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยแปลกใจเพราะอาจเพิ่งผ่านวัยเบญจเพสมาได้ไม่กี่ปีแต่ทำไมเข่าจึงโก่งได้ บางคนเข่าโก่งมากจนเด็กตัวเล็กๆสามารถเดินลอดใต้หว่างขาได้เลยครับผู้ป่วยบางรายพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าเข่าโก่งมาตั้งแต่เด็กแล้วเวลาใส่กางเกงขาสั้นเล่นฟุตบอลก็มักจะถูกเพื่อนๆ ล้ออยู่เรื่อยบางคนก็โทษว่าเป็นจากกรรมพันธุ์ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยเข่าโก่งอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่น่าจะมีผลเสียอะไรแต่ความเป็นจริงทางการแพทย์พบว่าเข่าที่โก่งมากกว่าปกติทำให้เกิดผลเสียครับ

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ