โพสต์ 5 มิ.ย. 56 ปรับปรุง 8 มี.ค. 57 3,180 Views

กรณีฉุกเฉิน : ข้อควรทราบ (2)

กรณีฉุกเฉิน : ข้อควรทราบ (2)

 
สำหรับการช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินมุ่งเน้นไปตามลำดับความสำคัญ ดังนี้
 
1. การหายใจ ต้องดูว่ามีอะไรค้างอยู่ในปากหรือจมูกหรือไม่ จัดศีรษะให้เงยขึ้น โดยมือหนึ่งจับที่หน้าผากและอีกมือหนึ่งชันคางขึ้นจะทำให้ช่องทางเดินหายใจโล่งขึ้น ขยับขยายเสื้อผ้าให้การหายใจเป็นไปสะดวก ถ้าหายใจสม่ำเสมอดี และกลัวจะสำลัก ท่านอาจจะให้คนไข้นอนตะแคงกึ่งคว่ำ งอสะโพก งอเข่าพอสมควร แต่ถ้าหากคนไข้ไม่หายใจ ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ท่านต้องเริ่มปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานถ้าท่านสามารถทำได้ ด้วยการช่วยใส่อากาศเข้าไปในปอดของคนไข้ โดยการใช้ปากเป่าลมเข้าไปในปากของคนไข้ แต่ถ้าไม่ได้อาจเป่าเข้าทางจมูก โดยเป่าเข้าไป 12-14 ครั้งต่อนาที จนกระทั่งคนไข้เริ่มหายใจ แต่ถ้าไม่สำเร็จคนไข้จะต้องการการช่วยในขั้นต่อไปซึ่งคนช่วยจะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
2. การเสียเลือด ท่านสามารถช่วยลดการเสียเลือดได้ โดยหาผ้ากดตรงบาดแผลให้แน่นสักระยะหนึ่ง และอาจใช้ผ้ายืดพันทับปล่อยทิ้งไว้ ถ้าเป็นส่วนแขนหรือขาให้พยายามยกสูงกว่าลำตัว หากยังมีเลือดออกมากอีก อาจต้องหาผ้าม้วนให้พอดีกับจุดที่จะกดเลือดให้หยุด และให้ลอดกดดูอีกครั้ง ท่านต้องพยายามกดให้เลือดหยุด หรือออกน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
3. การบาดเจ็บต่อสมอง ท่านสามารถช่วยเหลือคนไข้ที่หมดสติได้โดยการทำให้การหายใจดีขึ้น แต่มีข้อระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายคนไข้ที่ท่านควรทราบคือ ท่านต้องระมัดระวังกระดูกคอของคนไข้ด้วย เพราะบ่อยครั้งที่คนไข้มีกระดูกคอหักร่วมด้วย ท่านต้องพยายามเคลื่อนย้ายคนไข้ โดยต้องให้คออยู่นิ่งๆ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีกระดูกคอหักโดยการเอ็กซเรย์
4. การบาดเจ็บต่อกระดูกและข้อ ท่านสามารถช่วยได้ โดยหาไม้หรือวัสดุที่แข็งมารองส่วนที่หักและพันดามไว้ให้อยู่นิ่งๆ ถ้าหาไม่ได้จริงๆให้เอาหนังสือพิมพ์เหลาย ๆ ชั้นมาม้วนให้กลมเป็นแท่งจะทำให้มีความแข็งแรงพอที่จะใช้ดามแขนขาได้
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลคร่าวๆ ที่อาจเป็นประโยชน์บ้างต่อกรณีฉุกเฉิน ที่เกิดขึ้นต่อหน้าท่าน แต่ทางที่ดีถ้าท่านมีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานได้ จะมีประโยชน์อย่างมาก

ขอขอบคุณ

Author

นพ. วรวุฒิ เจริญศิริ

ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ

174 บทความ

ผู้ประพันธ์

คำสงวนสิทธิ์

รายงานฉบับนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ที่น่าเชื่อถือในเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่เพื่อประโยชน์ด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประโยชน์แก่ส่วนรวม ไม่ได้เจตนาแนะนำข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรค ตลอดจนไม่ใช่เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ จึงไม่ขอรับรองความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน ของข้อมูลเกี่ยวกับยา โรค สาเหตุ อาการ วิธีการดูแลรักษา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ บางส่วนยังไม่มีการรับรองผลของการใช้งาน รวมทั้งไม่มีหลักฐานรับรองที่สมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใช้ข้อมูล ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลหรือปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพิ่มเติม หากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้ หรือการอ้างอิงข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ และศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ดัดแปลงรายงานฉบับนี้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณเริ่มเป็นข้อเข่าเสื่อมเเล้วหรือยังตอน 1

27 สิงหาคม 2556 4.109

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีการทำร้ายผิวกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อเกิดการสึกหรอ ยุบตัวลงมาของข้อเข่า มีกระดูกงอกที่เห็นได้ชัดจาก X ray มีคนหลายคนกระหยิ่มยิ้มย่องคิดว่า ถ้าอายุไม่ถึง 60 ปี ไม่มีทางที่จะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

ทำไมถึงมีเม็ดทรายอยู่ในปาก…???

8 สิงหาคม 2556 3.991

เคยมีผู้ป่วยมาปรึกษาว่า ในขณะที่สนทนาตามปกติอยู่นั้น รู้สึกว่ามีเม็ดอะไรเล็กๆมาอยู่ที่บนลิ้น จึงบ้วนออกมาพบว่าเป็นเม็ดเล็กๆ แข็งๆ สีขาวนวลผู้ป่วยจึงเก็บเม็ดเล็กๆ นั้นมาปรึกษาแพทย์เนื่องจากไม่ทราบว่าเม็ดทรายนั้นมาจากไหน และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

สถานการณ์โรคซึมเศร้า

5 สิงหาคม 2556 6.718

จิตแพทย์ชี้ยาในกระเป๋าเลขาฯ สาวดิ่งบีทีเอส ใช้แก้โรคซึมเศร้า ระบุอาจอยู่ระหว่างรักษาอาการทางจิตเผย สอดคล้องกับผลวิจัยล่าสุด ที่พบว่าหญิงวัยทำงานอายุ 20 ปีขึ้น พยายามฆ่าตัวตายมากที่สุด ในขณะที่ผู้ชายจะประสบความสำเร็จในการปลิดชีพมากกว่า ด้าน "ฮาร์วาร์ด-ธนาคารโลก" ฟันธงอนาคตโรคซึมเศร้าจะเป็นปัญหาของโลกอันดับ 2

ค้าหาข้อมูลสุขภาพ